ก็ดี มารก็ดี พรหมก็ดี หรือใคร ๆ ในโลกก็ดี จักคัดค้านเราใน
ปฏิปทานั้นโดยชอบธธรรมว่า แม้เพราะเหตุนี้ ปฏิปทาอันเป็นเครื่อง
ยังสัตว์ให้ถึงนิพพาน ที่สาวกของทานปฏิบัติแล้ว ย่อมกระทำ
ให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ฯลฯ ไม่เป็นปฏิปทาอันท่านบัญญัติไว้ดีแล้ว
แก่สาวกทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่เล็งเห็นนิมิตนั้น
ย่อมถึงความเกษม ไม่มีภัย แกล้วกล้าอยู่ อนึ่ง สาวกบริษัทของเรา
เป็นร้อย ๆ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหา
อาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง
ในทิฏฐธรรม เข้าถึงอยู่ สมณะก็ดี พราหมณ์ก็ดี เทวดาก็ดี มารก็ดี
พรหมก็ดี หรือใคร ๆ ในโลกก็ดี จักคัดค้านเราในข้อนั้นโดยชอบ
ธรรมว่า แม้เพราะเหตุนี้ สาวกบริษัทเป็นร้อย ๆ ไม่ได้กระทำให้แจ้ง
ซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลาย
สิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในทิฏฐธรรม เข้าถึงอยู่ เราไม่เล็งเห็น
นิมิตนั้น เมื่อไม่เห็น ย่อมถึงความเกษม ไม่มีภัย แกล้วกล้าอยู่
ตถาคตไม่พึงถูกติเตียนเพราะฐานะ ๓ ประการเหล่านี้ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ฐานะ ๔ ประการนี้แล ตถาคตไม่จำเป็นต้องรักษา และ
ตถาคต ไม่พึงถูกติเตียนด้วยฐานะ ๓ ประการนี้แล.
จบ รักขิตสูตรที่ ๕