Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 187

เล่ม มมร. 37 หน้า 187 ข้อ 58
ความง่วง. บทว่า ทิวาสญฺํ ได้แก่ ความสำคัญว่าเป็นกลางวัน บทว่า ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ ความว่า เธอตั้งความสำคัญว่าสว่าง ในกลางวันฉันใด เธอตั้งความสำคัญว่าสว่างนั้น แม้ในกลางคืน ก็ฉันนั้น. คำว่า ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา เธอตั้งความสำคัญว่า สว่าง ในกลางคืนฉันใด เธอตั้งความสำคัญว่าสว่างนั้นแม้ในกลางวันฉันนั้น. บทว่า สปฺปภาสํ เธอพึงให้จิตเป็นไปพร้อมกับแสงสว่าง เพื่อประโยชน์ แก่ทิพยจักขุญาณ. บทว่า ปจฺฉาปุเรสญฺี ความว่า ผู้มีสัญญา ด้วยสัญญาอันนำไปทั้งข้างหน้าและข้างหลัง. บทว่า อนฺโตคเตหิ อินฺทฺริเยหิ ได้แก่ ด้วยอันทรีย์ ๕ อันไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก อันเข้ามาตั้งอยู่ในภายในเท่านั้น. บทว่า มิทฺธสุขํ ได้แก่ ความสุข อันเกิดแต่ความหลับ. พระผู้มีพระภาคเจ้า แสดงกรรมฐานเครื่อง บรรเทาความง่วงแก่พระเถระ ด้วยฐานะมีประมาณเท่านี้. บทว่า โสณฺฑํ ได้แก่ง่วงคือ มานะ. ในบทว่า กิจฺจกรณียานิ นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ กรรมที่ตนจะพึงทำแน่แท้ ชื่อว่า กิจฺจานิ กิจกรรมที่เป็นหน้าที่ทั้งหลาย, ส่วนกิจนอกนี้ ชื่อว่า กรณียานิ กิจควรทำทั้งหลาย. บทว่า มงฺกุภาโว ได้แก่ ความเป็นผู้ไร้อำนาจ ความโทมนัส เสียใจ. พระศาสดาตรัสภิกขาจารวัตรแก่พระเถระ ด้วยฐานะมีประมาณเท่านี้. บัดนี้ เพื่อจะทรงชักจูงกัน ให้สิ้นสุดลง พระองค์จึงตรัสคำเป็นต้นว่า ตสฺมาติห ดังนี้ซ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิคฺคาหิกกถํ ความว่า ถ้อยคำอันเป็นเหตุให้ถือเอาผิด เป็นไป โดยนัย เป็นต้นว่า ท่านย่อมไม่รู้ธรรมและวินัยนี้ เพื่อจะเว้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka