Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 209

เล่ม มมร. 37 หน้า 209 ข้อ 61
บทว่า อโถ อตฺถํ คเหตฺวา ความว่า อนึ่ง ครั้นถือเอาความ เจริญได้แล้ว. บทว่า อนตฺถํ ปฏิปชฺชติ ความว่า ย่อมกำหนดว่า เราถือเอาสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แล้ว. บทว่า อธํ กตฺวาน ความว่า กระทำกรรมคือปาณาติบาตแล้ว. บทว่า โกธสมฺมทสมฺมตฺโต ความว่า ผู้เมาแล้วด้วยความเมาคือความโกรธ. อธิบายว่า ผู้มี ความเมาอันตนยึดถือจับต้องแล้ว. บทว่า อายสกฺยํ ได้แก่ ซึ่งความ ไม่มียศ อธิบายว่า เป็นผู้หายศมิได้ คือเป็นผู้ไรยศ บทว่า อนฺตรโต ชาตํ ได้แก่ เกิดขึ้นแล้วในภายใน. บทว่า อตฺถํ น ชานาติ ความว่า ไม่รู้จักประโยชน์คือความเจริญ. บทว่า ธมฺมํ น ปสฺสติ ความว่า ย่อมไม่เห็นธรรม คือสมถะและวิปัสสนา. บทว่า อนฺธตมํ ความว่า ความมืดอันกระทำความบอด. หรือความมืดตื้อ. บทว่า สหเต ได้แก่ ย่อมครอบงำ. บทว่า ทุมฺมงฺกุยํ ความว่า ซึ่งความเก้อยาก คือ ซึ่งความเป็นผู้ไม่มีอำนาจ คือ ความเป็นผู้มีหน้าถอดสี. สองบทว่า ยโต ปตายติ ความว่า บังเกิดเมื่อใด. บาทพระคาถาว่า น วาโจ โหติ คารโว ความว่า แม้ถ้อยคำก็ไม่น่าเป็นที่เคารพ. บาทพระคาถา ว่า น ทีปํ โหติ กิญฺจนํ ความว่า ขึ้นชื่อว่า ที่พึ่งไร ๆ ย่อมไม่มี. บทว่า ตปนิยานิ ได้แก่กรรมอันทำความเดือดร้อนให้เกิด. บทว่า ธมฺเมหิ ได้แก่ ด้วยธรรมคือสมถะและวิปัสสนา. บทว่า อารกา แปลว่า ในที่ไกล. บทว่า พฺราหฺมณํ ได้แก่ซึ่งพราหมณ์ คือพระขีณาสพ. บทว่า ยาย มาตุ ภโต ความว่า ผู้อันมารดาใดเลี้ยง คือ บำรุง เลี้ยงแล้ว. บทว่า ปาณททึ สนฺตึ ได้แก่ ผู้ให้ชีวิตอยู่. บทว่า หนฺติ กุทฺโธ ปุถุตฺตานํ ความว่า บุคคลผู้โกรธแล้วย่อมฆ่าตัวเอง ด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka