Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 222

เล่ม มมร. 37 หน้า 222 ข้อ 63
พจรสวรรค์ ๖ ชั้น และพรหมโลกชั้นปฐมฌานภูมิ ที่ถูกไฟไหม้ แล้ว ขี้เถ้าหรือถ่าน แม้เพียงจะหยิบเอาด้วยนิ้วมือ ก็ไม่ปรากฏ. บทว่า โก มนฺตา โก สทฺธาตา ความว่าใครสามารถจะให้ บุคคลรู้ จะให้เขาเชื่อเรื่องนั้น หรือใครจะเป็นผู้เชื่อเรื่องนั้น. บทว่า อญฺตร ทิฏฺปเทหิ ความว่า เว้นพระอริยสาวก ผู้โสดาบัน ผู้มีบท (คือพระนิพพาน) อันตนเห็นแล้วอธิบายว่า ใครเล่าจักเชื่อคนอื่นได้ บทว่า วีตราโค ความว่า ผู้ปราศจากราคะ ด้วยอำนาจวิกขัมภน- ปหาน (ละได้ด้วยการข่ม) บทว่า สาสนํ อาชานึสุ ความว่า พระ- สาวกทั้งหลาย รู้ถึงคำพร่ำสอน คือ ดำเนินตามทาง เพื่อความเป็น สหายชาวพรหมโลก. บทว่า สมสมคติโย ความว่า ผู้มีคติเสมอกัน คือมีคติเป็นอันเดียวกัน โดยอาการเป็นอันเดียวกัน ในอัตภาพที่ ๒ บทว่า อุตฺตริ เมตฺตํ ภเวยฺยํ ความว่า เราพึงเจริญเมตตาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือทำใหัประณีต เริ่มต้นแต่ปฐมฌานไปจนถึงฌานหมวด ๓ และฌานหมวด ๔. บทว่า จกฺขุมา ความว่า พระศาสดา ทรงมีพระจักษุ ๕ ชื่อว่า จักขุมา. บทว่า ปรินิพฺพุโต ความว่า เสด็จปรินิพพาน ด้วย กิเลสปรินิพพาน ณ โพธิบัลลังก์นั่นเอง. ครั้นพระศาสดาทรงแสดง อนิจจลักษณะแล้ว ทรงยักเยื้องพระธรรมเทศนาไปอย่างนี้ ภิกษุ ผู้เจริญอนิจจกรรมฐานทั้ง ๕๐ นั้น ส่งญาณไปตามกระแสเทศนา บรรลุพระอรหัตแล้ว บนอาสนะที่ตนนั่งนั่นแหละ ดังนี้. จบอรรถกถาสุริยสูตรที่ ๒
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka