Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 343

เล่ม มมร. 37 หน้า 343 ข้อ 101
ถอนความยินดีในรูป เป็นต้น พร้อมทั้งรากด้วยศาตราคืออริยมรรค กระทำจิตสันดานให้เป็นเพียงวัตถุ เพราะความยินดีในรูปเป็นต้น เหล่านั้นเคยเกิดขึ้นในกาลก่อน ความยินดีในรูปเป็นต้นเหล่านั้น แม้ทั้งหมด จึงเรียกว่า ตาลวัตถุกตา กระทำให้เป็นดุจพื้นที่ตั้ง ของต้นตาล ฉันนั้น. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ตาลวัตถุกตา เพราะ กระทำให้เหมือนตาลยอดด้วน เพราะไม่งอกขึ้นเป็นธรรมดา ก็เพราะเหตุที่ความยินดีในรูปเป็นต้น ถูกกระทำให้เป็นเหมือนพื้นที่ ตั้งของต้นตาลอย่างนี้ คือย่อมเป็นอันทำไม่ให้มีต่อไป เป็นอันถูกทำ โดยประการที่ความยินดีในรูปเป็นต้น เหล่านั้นจะไม่มีในภายหลัง ฉะนั้น จึงตรัสว่า อนภาวํกตา ทำไม่ให้มี. บทว่า อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา ได้แก่ มีอันไม่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นสภาพ. บทว่า โน จ โข ยํ ตฺวํ สนฺธาย วเทสิ ความว่า ท่านกล่าว เหตุใดหมายถึงเรา เหตุนั้นย่อมไม่มี. ถามว่า เมื่อตรัสอย่างนี้ ย่อมเป็นอันทรงอนุญาตว่า สามัคคีรสที่พราหมณ์กล่าวนั้นมีอยู่ ในพระองค์ มิใช่หรือ ? ตอบว่า ไม่ใช่ทรงอนุญาต. เพราะผู้ใด เป็นผู้ควรทำสามัคคีรสนั้นแล้วไม่กระทำ ผู้นั้นควรต้องถูกกล่าวว่า เป็นผู้ไม่มีรสเป็นรูป เพราะไม่มีสามัคคีรสนั้น. แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ควรทีเดียวที่จะกระทำสามัคคีรสนั้น เพราะเหตุนั้น เมื่อจะทรง ประกาศความไม่ควรในการทำสามัคคีรสนั้น จึงตรัสว่า โน จ โข ยํ ตฺวํ สนฺธาย วเทสิ ดังนี้. อธิบายว่า ท่านกล่าวถึงเราว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka