ขาดสูญ เพราะอาศัยข้อนี้ จึงกล่าวหาพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
เป็นอุจเฉทวาทะ วาทะว่าขาดสูญ. แต่เพราะเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสการขาดสูญแห่งราคะอันเป็นไปในกามคุณ ๕ และโทสะ
อันสัมปยุตด้วยอกุศลจิตทั้งสอง ด้วยอนาคามิมรรค อนึ่ง ตรัส
ความขาดสูญแห่งโมหะอันเป็นแดนเกิดอกุศลทั้งปวง ด้วยอรหัตมรรค
ตรัสความขาดสูญแห่งอกุศลธรรมทั้งหมด เว้นกิเลส ๓ อย่างนั้น
ด้วยมรรคทั้ง ๔ ตามสมควร. ฉะนั้น เมื่อทรงเห็นวาทะว่าขาดสูญนั้น
มีในพระองค์ จึงทรงอนุญาตปริยายอื่นอีก.
พราหมณ์สำคัญว่า พระสมณโคดมชรอยจะเกลียดกรรม
คือความประพฤติอันดีมีการกราบ เป็นต้น ซึ่งคนผู้เจริญวัยนี้
ทีเดียว ด้วยเหตุนั้น จึงไม่กระทำการกราบไหว้เป็นต้นนั้น จึง
กล่าวหาพระผู้มีพระภาคเจ้าอีกว่า เป็นเชดุจฉี ผู้มักเกลียด. แต่
เพราะเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเกลียดกายทุจริตเป็นต้น
คือทรงเกลียด ทรงละอายกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต และ
การถึงพร้อม กิริยาที่ถึงพร้อม ความพร้อมเพรียงแห่งอกุศลบาป-
ธรรมมากอย่างแม้ทั้งหมด เหมือนบุรุษผู้รักสวยรักงามเกลียดคูถ
ฉะนั้น ชื่อทรงเห็นความเกลียดอันนั้นในพระองค์ จึงทรงอนุญาต
เหตุข้ออื่นอีก. ตติยาวิภัติว่า กายทุจฺจริเตน เป็นต้น ในพระบาลีนั้น
พึงทราบว่าใช้ในอรรถแห่งทุติยาวิภัติ (แปลว่าซึ่งกายทุจริตเป็นต้น).
พราหมณ์ไม่เห็นกรรมมีการกราบเป็นต้น อันนั้นแหละ
ในพระผู้มีพระภาคเจ้าอีก สำคัญว่า พระสมณโคดมนี้กำจัด คือ
ทำกรรมของผู้เจริญที่สุดในโลก ข้อนี้ให้เสียหายไป อีกอย่างหนึ่ง