Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 349

เล่ม มมร. 37 หน้า 349 ข้อ 101
พระราชาเพราะธรรม ธรรมสวามี เจ้าของธรรมเป็นตถาคต ทรงสำรวจดูพราหมณ์ด้วยพระจักษุอันเยือกเย็นด้วยความเอ็นดู ทรงบรรลุธรรมธาตุใดแล้ว ชื่อว่า ถึงพร้อมด้วยความเยื้องกลาย แห่งเทศนานั้น เพราะธรรมธาตุนั้นทรงรู้แจ้งดีแล้ว เมื่อจะทรงขจัด ความมืดมนอนธการในดวงใจของพราหมณ์ ดุจพระจันทร์เพ็ญ ลอยเด่นในท้องฟ้าอันปราศจากเมฆ และดุจพระอาทิตย์ในสรทกาล ฤดูร้อน จึงทรงแสดงอักโกสวัตถุเหล่านั้นแหละเป็นอย่างอื่น ด้วย ปริยายนั้น ๆ เมื่อจะทรงประกาศความแผ่ไปแห่งพระกรุณาของ พระองค์ คุณลักษณะของผู้คงที่ ความเป็นผู่มีจิตเสนอด้วยแผ่นดิน และความเป็นผู้มีอกุปปธรรมอันไม่กำเริบ ที่ทรงได้แล้ว เพราะ ไม่ทรงหวั่นไหวด้วยโลกธรรม ๘ ซ้ำอีก จึงทรงพระดำริว่า พราหมณ์ผู้นี้ย่อมกำหนดความที่ตนเป็นผู้เฒ่า ด้วยอาการมีผมหงอก ฟันหัก และหนังเหี่ยว เป็นต้นอย่างเดียว ทั้งหารู้ไม่ว่าตนถูกชาติ ติดตาม ถูกชราต้อนไป ถูกพยาธิครอบงำ ถูกมรณะคอยกำจัด ตายวันนี้แล้ว วันรุ่งขึ้นก็จะต้องกลายเป็นทารกนอนหงายอีก. ก็ (เขา) เขายังสำนักเราด้วยความอุตสาหะเป็นอันมาก ขอการมา ของเขานั้นจงมีประโยชน์เถิด เมื่อจะทรงแสดงว่าพระองค์เป็นผู้ เกิดก่อนไม่มีคนเทียมในโลกนี้ จึงทรงเพิ่มพระธรรมเทศนาแก่ พราหมณ์โดยนัยว่า เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ ดังนี้เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เสยฺยถาปิ เป็นต้นไป พึงทราบ ความโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั้นแหละ. ส่วนความแปลกกัน มีดังนี้ :- ก็โดยนัยดังกล่าวไว้ในหนหลังนั่นแหละ ลูกไก่เหล่านั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka