บัดนี้ พึงเทียบการสาวกข้ออุปมาที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้โดยนัยมีอาทิว่า เอวเมว โข นั้น ด้วยเนื้อความแล้วทราบ
อย่างนี้:- เหมือนอย่างว่า แม่ไก่ตัวนั้นกระทำอริยา ๓ อย่าง
มีการนอนกกไข่ของตน ฉันใด การที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้ง
เป็นพระโพธิสัตว์ประทับนั่งที่โพธิบัลลังก์ กระทำอนุปัสสนาปัญญา
เห็นเนือง ๆ ๓ อย่าง คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในสันดานของ
พระองค์ ก็ฉันนั้น การไม่ทำวิปัสสนาญาณให้เสื่อมไป ด้วยการ
ยังอนุปัสสนา ๓ ประการให้สมบูรณ์อยู่แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า
ครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ เหมือนฟองไข่ไม่ตายโคม ด้วยการทำ
กิริยาทั้ง ๓ ของแม่ไก่ให้สมบูรณ์ การที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้ง
เป็นโพธิสัตว์ ทำลายความเยื่อใยด้วยอำนาจความใคร่อันไปตามภพ
ทั้ง ๓ ด้วยการทำอนุปัสสนา ๓ อย่างให้สมบูรณ์ เหมือนแม่ไก่
ทำยางเมือก ของไข่ให้สิ้นไปด้วยการทำกิริยาทั้ง ๓ อย่าง (คือ
กก ทำให้อบอุ่น ฟักให้ได้รับกลิ่นตัวแม่ไก่) ความที่กะเปาะฟองไข่
คืออวิชชาเป็นของเบาบาง ก็ด้วยการที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้ง
เป็นพระโพธิสัตว์ทรงทำอนุปัสสนาทั้ง ๓ ให้สมบูรณ์ เหมือนความ
ที่กะเปาะฟองไข่เป็นของบอบบาง ก็เพราะแม่ไก่ทำกิริยาทั้ง ๓
อย่าง ฉะนั้น. ความที่วิปัสสนาญาณเป็นคุณชาติกล้าแข็ง ผ่องใส
และแหลมคม ก็เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้งเป็นพระโพธิสัตว์
ทรงทำอนุปัสสนาทั้ง ๓ ให้สมบูรณ์ เปรียบเหมือนความที่เล็บเท้า
และจะงอยปากของลูกไก่เป็นของหยาบและแข็ง ก็ด้วยการที่แม่ไก่
ทำกิริยาทั้ง ๓ ฉะนั้น. เวลาที่วิปัสสนาญาณเปลี่ยนไป เวลาขยายไป