Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 376

เล่ม มมร. 37 หน้า 376 ข้อ 102
ไม่ไหล ฉันใด เวลาที่เมื่อปีติเกิดขึ้นแก่สีหเสนาบดีในวันแรกว่า เราจักเฝ้าพระทศพล ถูกนิครนถ์ห้ามไว้ก็ฉันนั้น. เหมือนอย่างว่า เมื่อฝนตกในวันที่ ๒ น้ำไหลลงสู่แม่น้ำ ไหลไปได้หน่อยหนึ่ง ปะทะ กองทรายเข้า ก็หยุดไหล ฉันใด เวลาที่เมื่อปีติเกิดขึ้นแก่สีหเสนาบดี ในวันที่ ๒ ว่าเราจักเฝ้าพระทศพล ถูกนิครนถ์ห้ามไว้ ก็ฉันนั้น. เมือฝนตกในวันที่ ๓ น้ำไหลลงสู่แม่น้ำ พัดพาเอาใบไม้เก่า ท่อนไม้ แห้ง ต้นอ้อ และหยากเยื่อเป็นต้นไป พังกองทราย ไหลลงสมุทร ไปได้ ฉันใด สีหเสนาบดีก็ฉันนั้น เมื่อความปีติปราโมทย์ เกิดขึ้น เพราะได้ฟังกถาพรรณนาคุณของวัตถุ (คือสรณะ) ทั้ง ๓ ในวันที่ ๓ จึงคิดว่า พวกนิครนถ์ไม่มีผล พวกนิครนถ์ไร้ผล นิครนถ์เหล่านี้ จักทำอะไรเรา จำเราจักไปเฝ้าพระศาสดา จึงตระเตรียมการ เสร็จแล้วก็ออกไปจากเมืองเวสาลี. ก็เมื่อจะออกไปคิดว่า เรา ประสงค์จะไปเฝ้าพระทศพล เป็นเวลานานมาแล้ว ก็การไปด้วย เพศที่ใคร ๆ ไม่รู้จัก (คือปลอมตัวไป) ไม่ควรแก่เราแล จึงให้ ป่าวร้องว่า คนเหล่าใดเหล่าหนึ่งประสงค์จะไปเฝ้าพระทศพล คนทั้งหมดจงออกมา แล้วให้เทียมรถ ๕๐๐ คัน และบริษัทหมู่ใหญ่ ห้อมล้อม ถือเอาของหอม ดอกไม้ และจุณณอบ เป็นต้นออกไป. บทว่า ทิวา ทิวสฺส ได้แก่ ในเวลากลางวัน คือในเวลา ประมาณเลยเที่ยงไป. บทว่า. เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ความว่า เมื่อเข้าไปยังพระอารามได้เห็นพระรัศมีด้านละวาแห่งอนุพยัญชนะ ๘๐ พระปุริสลักษณะ ๓๒ และพระรัศมีหนาแน่นมีวรรณะ ๖ ประการ แต่ที่ไกลทีเดียว จึงคิดว่า เราไม่ได้พบบุรุษเห็นปานนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka