ภิกษุโจทก์ภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุผู้เป็นจำเลยนั้น เมื่อถูกโจทก์ด้วย
อาบัติ ย่อมอำพรางอาบัติไว้ว่า ผมนึกไม่ได้ ๆ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เรากล่าวบุคคลนี้ เปรียบเหมือนม้าโกงที่นายสารถีเตือนว่า จงเดินไป
ถูกแทงด้วยประตักเตือนอยู่ ย่อมถอยหลัง ดันให้รถกลับหลัง
ฉะนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนโกงบางคนในธรรมวินัยนี้ เป็นเช่นนี้
ก็มี นี้เป็นโทษของคนโกงประการที่ ๑.
อีกประการหนึ่ง ภิกษุโจทก์ภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุเป็น
จำเลยนั้น เมื่อถูกโจทก์ด้วยอาบัติ กลับโต้ตอบการโจทก์นั่นเองว่า
จะมีประโยชน์อะไรหนอ ด้วยคำที่ท่านซึ่งเป็นคนโง่ไม่ฉลาดกล่าว
ท่านเองควรสำนึกถึงคำที่ควรพูด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าว
บุคคลนี้เปรียบเหมือนม้าโกงที่นายสารถีเตือนว่า จงเดินไป ถูกแทง
ด้วยประตักเตือนอยู่ ย่อมหักหลัง ดีดธูปหัก ฉะนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
คนโกงบางคนในธรรมวินัยนี้ เป็นเช่นนี้ก็มี นี้เป็นโทษของคนโกง
ประการที่ ๒.
อีกประการหนึ่ง ภิกษุโจทก์ภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุผู้เป็น
จำเลยนั้น เมื่อถูกโจทก์ด้วยอาบัติ กลับโจทก์ตอบแก่ภิกษุโจทก์นั่นเอง
ว่า แม้ท่านก็ต้องอาบัติชื่อนี้ ท่านจงทำคืนเสียก่อน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เรากล่าวบุคคลนี้ เปรียบเหมือนม้าโกงที่นายสารถีเตือนว่า จงเดินไป
ถูกแทงด้วยประตักเตือนอยู่ ย่อมยกขาขึ้นตะกุยงอนรถ ถีบงอนรถ
ฉะนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนโกงบางคนในธรรมวินัยนี้ เป็นเช่นนี้
ก็มี นี้เป็นโทษของคนโกงประการที่ ๓.