Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 487

เล่ม มมร. 37 หน้า 487 ข้อ 126
อรรถกถาบุญกิริยาวัตถุสูตรที่ ๖ บุญกิริยาวัตถุสูตรที่ ๖ มิวินิจฉัยดังต่อไปนี้. การทำบุญนั้นด้วย เป็นที่ตั้งแห่งอานิสงส์นั้น ๆ ด้วย เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า บุญกิริยาวัตถุ. จริงอยู่ สัตว์ทั้งหลายตั้งจิตไว้ ในลักษณะแห่งทานเป็นต้น แล้วคิดว่า ชื่อว่า ทานเห็นปานนี้พวกเรา ควรให้ ควรรักษาศีล ควรเจริญภาวนา ดังนี้แล้วจึงทำบุญ. ทาน นั้นแหละ ชื่อว่า ทานมัย อีกอย่างหนึ่ง บรรดาทานเจตนา สันนิฏ- ฐาปกเจตนา อันสำเร็จมาแต่เจตนาที่ตกลงใจ เจตนาดวงแรกชื่อว่า ทานมัย เหมือนวัตถุที่สำเร็จมาแต่แป้งเป็นต้นก็สำเร็จด้วยแป้ง เป็นต้นฉะนั้น. แม้ใน ๒ บทที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า ปริตฺตํ กตํ โหติ ความว่า เป็นอันเขากระทำน้อย คือนิดหน่อย. บทว่า นาภิสมฺโภติ แปลว่า ย่อมไม่สำเร็จผล. บทว่า อกตํ โหติ ความว่า ไม่ได้เริ่มความเพียรในภาวนาเลย. บทว่า มนุสฺสโทภคฺยํ ได้แก่ ตระกูลต่ำ ๕ ตระกูลอันเว้นจากสมบัติใน มนุษย์ทั้งหลาย. บทว่า อุปฺปชฺชติ ได้แก่ ย่อมเข้าถึงด้วยอำนาจ ปฏิสนธิ อธิบายว่า เกิดในตระกูลต่ำนั้น. บทว่า มตฺตโส กตํ ได้แก่ กระทำ คือไม่น้อยไม่มาก. บทว่า มนุสฺสโสภคฺยํ ได้แก่ สมบัติ แห่งตระกูล ๓ ตระกูล อันงามเลิศในมนุษย์. บทว่า อธิมตฺตํ ได้แก่ ให้มีประมาณยิ่งหรือให้เข็มแข็ง. บทว่า อธิคณฺหนฺติ ได้แก่ ยึดถือ อธิบายว่า เป็นผู้ประเสริฐกว่า คือเจริญกว่า. จบ อรรถกถากิริยาวัตถุสูตรที่ ๖
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka