แม้ครั้งที่ ๓ พระนางปชาบดีโคตมีก็กราบทูลพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าอีกว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส ขอให้
มาตคามพึงได้การออกบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัย ที่พระตถาคต
ทรงประกาศแล้วเถิด พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนพระนาง-
โคตมี อย่าเลย พระนางอย่าชอบใจการออกบวชเป็นบรรพชิต
ในธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้วของมาตุคามเลย.
ลำดับนั้น พระนางมหาปชาบดีโคตมีทรงพระดำริว่า พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้มาตุคามออกบวชเป็นบรรพชิต
ในธรรมวินัยที่พระตถาคตทรงประกาศแล้ว เป็นผู้มีทุกข์ เสีย
พระทัย มีพระพักตร์นองด้วยน้ำพระเนตร ทรงกันแสงอยู่ ถวาย
บังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงกระทำประทักษิณแล้วเสด็จหลีกไป.
ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ อยู่ในกรุงกบิลพัสดุ์
ตามพระประสงค์แล้วเสด็จจาริกไปทางพรพะนครเวสาลี เมื่อเสด็จ
จาริกไปโดยลำดับ เสด็จไปถึงพระนครเวสาลี ได้ยินว่า ณ ที่นั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้
พระนครเวสาลี ครั้งนั้น พระนางปชาบดีโคตมีทรงปลงพระเกสา
แล้ว ทรงครองผ้ากาสาวพัสตร์ เสด็จไปทางพระนครเวสาลี พร้อม
กับเจ้าหญิงสากิยะหลายพระองค์ เสด็จเข้าไปยังกูฏาคารศาลา
ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลีโดยลำดับ พระนางปชาบดีโคตมี
ทรงมีพระบาทระบม มีพระกายเต็มด้วยละออง มีทุกข์ เสียพระทัย
พระพักตร์นองด้วยน้ำพระเนตร ทรงกันแสงอยู่ ประทับยืนอยู่
ณ ซุ้มประตูด้านนอก ท่านพระอานนท์ได้แลเห็นพระนางปชาบดี-