Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 747

เล่ม มมร. 37 หน้า 747 ข้อ 215
ปากแผลทั้ง ๙. ในข้อนี้ พระเถระกล่าวแล้วซึ่งความที่ตนไม่มี ฉันทราคะในร่างกาย ด้วยองค์ที่แปดหรือที่เก้าด้วยอาการอย่างนี้ บทว่า อถ โข โส ภิกฺขุ ความว่า ลำดับนั้นแล ภิกษุนั้น เมื่อพระเถระบันลือสีหนาทด้วยเหตุเก้าอย่างนี้แล้ว. บทว่า อจฺจโย ได้แก่ ความผิด. บทว่า มํ อจฺจคมา ได้แก่ ข้าพเจ้ายอมรับ (โทษ) ที่ได้เป็นไปแล้ว. บทว่า ปฏิคฺคณฺหาตุ ได้แก่ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงโปรดอดโทษด้วยเถิด. บทว่า อายตึ สํวราย ได้แก่ เพื่อความ สำรวมในอนาคต คือเพื่อไม่ทำความผิดเห็นปานนี้อีก. บทว่า ตคฺฆ คือ โดยแน่นอน. บทว่า ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสิ ได้แก่เธอได้ทำตามธรรมที่ตั้งอยู่แล้ว ท่านอธิบายว่า ให้เราอดโทษ ดังนี้. บทว่า ตนฺเต มยํ ปฏิคฺหคณฺหาม ความว่า เราจะไม่เอาความ ผิดนั้นกับเธอ. บทว่า วุฑฺฒิ เหสา ภิกฺขุ อริยสฺส วินเย ความว่า ดูก่อนภิกษุ นี้ชื่อว่าความเจริญในวินัยของพระอริยะ. คือในศาสนา ข้องพระผู้มีพระภาคเจ้า. ถามว่า ความเจริญเป็นไฉน ?. ตอบว่า การเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้ว ทำคืนตามธรรมถึงความ สำรวมต่อไป. ก็เมื่อพระเถระจะทำเทศนาให้เป็นปุคคลาธิฏฐาน จึงกล่าวว่า โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ อายตึ สํวรํ อาปชฺชติ ดังนี้. บทว่า ผลติ ความว่า ก็ถ้าพระเถระไม่พึงอดโทษไซร้ ศีรษะของภิกษุนั้นพึงแตกเจ็ดเสียงในเพราะโทษนั้นแล เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงได้ตรัสอย่างนั้น. บทว่า สเจ มํ โส ความว่า ถ้าภิกษุนี้กล่าวกะข้าพเจ้าอย่างนี้ว่า ท่านอดโทษเถิด ดังนี้. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka