Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 753

เล่ม มมร. 37 หน้า 753 ข้อ 216
ปริพาชกบางคน โง่เขลา ไม่ฉลาด อย่างไรจักรู้บุคคลผู้เป็นสอุปา- ทิเสสะว่า เป็นสอุปาทิเสสะ หรือจักรู้บุคคลผู้เป็นอนุปาทิเสสะว่า เป็นอนุปาทิเสสะ ดูก่อนสารีบุตร บุคคล ๙ จำพวกนี้แล เป็น สุปาทิเสสะ กระทำกาละ พ้นจากนรก พ้นจากกำเนิด สัตว์. ดิรัจฉานพ้นจากเปรตวิสัย พ้นจากอบาย ทุคติและวินิบาต. ดูก่อนสารีบุตร ธรรมปริยายนี้ ยังไม่แจ่มแจ้งแก่ภิกษุ ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกาก่อน ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะผู้ฟัง ธรรมปริยายที่เรากล่าวด้วยความอธิบายปัญหานี้แล้ว อย่าถึง ความประมาท. จบ สอุปาทิเสสสูตรที่ ๒ อรรถกถาสอุปาทิเสสสูตร สอุปาทิเสสสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า สอุปาทิเสสํ ได้แก่ เป็นผู้ยังมีเบญจขันธ์เหลือ. บทว่า อนุปาทิเสสํ ได้แก่ เป็นผู้มีเหลืออุปาทาน คือหมดความยึดถือ. บทว่า มตฺตโสการี ได้แก่ เป็นผู้ทำพอประมาณ คือไม่ทำใหับริบูรณ์. บทว่า น ตาวายํ สาริปุตฺต ธมฺมปริยาโย ปฏิภาสิ ความว่า ก็ใน ข้อนี้ได้ความหมายดังนี้ว่า ธรรมดาความไม่แจ่มแจ้ง ย่อมไม่มี แก่พระผู้มีพระภาคเจ้า เราจักไม่กล่าวธรรมปริยายนี้ก่อน. บทว่า มายิมํ ธมฺมปริยายํ สุตฺวา ปมาทํ อาหรึสุ ความว่า บุคคลทั้งหลาย เมื่อไม่ทำความเพียรเพื่ออรหัตในเบื้องบน อย่างความประมาท
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka