Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 764

เล่ม มมร. 37 หน้า 764 ข้อ 218
ย่อมถึงความต่าง ๆ กันเป็นสภาพ คือความแปลกในที่ไหน. บทว่า ธาตูสุ คือ ในรูปธาตุเป็นต้น. ด้วยว่า ความตรึกในรูปเป็นอย่างหนึ่ง ความตรึกในเสียงเป็นต้น เป็นอย่างหนึ่ง ด้วยประการฉะนี้. บทว่า ผสฺสสมุทยา ได้แก่ เป็นปัจจัยแก่ผู้สละประกอบกัน. บทว่า เวทนาสโมสรณา ได้แก่ มีเวทนา ๓ เป็นที่รวม. ท่านกล่าวกุศล และอกุศลรามกันแล้วด้วยเหตุประมาณเท่านี้. ส่วนธรรมเป็นต้น ว่า สมาธิปฺปมุขา พึงทราบว่าเป็นธรรมฝ่ายกำจัดกิเลสให้สิ้นไป. ในบทนั้น วิตกชื่อว่า สมาธิปฺปมุขา เพราะอรรถว่า มีสมาธิเป็น ประมุขด้วยอรรถว่าเป็นประธาน หรือด้วยอรรถว่าเป็นใหญ่. ชื่อว่า สตาธิปเตยฺยา เพราะอรรถว่ามีสติเป็นใหญ่ ด้วยอรรถว่า เป็นเหตุของผู้เป็นใหญ่. ชื่อว่า ปญฺญุตฺตรา เพราะมีมรรคปัญญา เป็นยอดเยี่ยม. ชื่อว่า วิมุตฺติสารา เพราะอรรถว่า มีการบรรลุผล วิมุตติเป็นแก่น. ชื่อว่า อมโตคธา เพราะอรรถว่า หยั่งลงสู่อมต- นิพพาน คือตั้งอยู่ในอมตนิพพานนั้นแล้วด้วยอำนาจอารมณ์. บทว่า เตน วา มา มญฺิ ความว่า ท่านอย่าทำความเย่อหยิ่ง หรือความ โอ้อวดด้วยการแก้นั้นว่า อัครสาวกถามปัญหาแล้ว เราแก้ได้แล้ว ดังนี้. จบ อรรถกถาสมิทธิสูตรที่ ๔
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka