Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 783

เล่ม มมร. 37 หน้า 783 ข้อ 224
ทรงกำหนดซึ่งชนบทนั้นแล้วถือเอา. พระราชาได้ทรงกระทำ อย่างนั้นแล้ว. เวลามะ เที่ยวตรวจดูในชนบทของพระราชาแปดหมื่น สี่พันแล้ว จึงให้รวมเข้ามาอยู่ในชนบทของพระราชา เหมือน รวบรวมซี่ล้อไว้ที่ดุมล้อฉะนั้น. จำเดิมแต่นั้น พระราชาทั้งหลาย เหล่านั้น เสด็จมาก็ดี เสด็จไปก็ดี ย่อมท่องเที่ยวไปตามชนบท ของพระองค์ ๆ เท่านั้น ไม่ทรงทำการปล้นด้วยทรงดำริว่า ชนบท ของเราทั้งหลายดังนี้ ไม่ทรงเบียดเบียนแม้ชนบทของพระราชา ด้วยความเคารพต่อพระราชา. ชนบททั้งหลายก็สงบเงียบไม่มีเสียง ขอร้อง. พระราชาทั้งปวงทรงร่าเริงยินดี ทรงปวารนาว่า ข้าแต่ ท่านอาจารย์ ท่านต้องการด้วยสิ่งใด ท่านจงบอกสิ่งนั้นแก่ข้าพเจ้า ทั้งหลายดังนี้. เวลามะสนานศีรษะแล้ว ให้เปิดประตูห้องเต็มด้วย รัตนะ ๗ ในนิเวศน์ของตน ตรวจดูทรัพย์ที่เก็บไว้ถึง ๗ ชั่วแห่ง ตระกูล พิจารณาแล้วซึ่งความเจริญและความเสื่อม คิดว่าเราควร ให้ทานให้กระฉ่อนไปทั่วทั้งชมพูทวีปดังนี้แล้ว ได้กราบทูลแด่ พระราชาให้สร้างเตาแถวไว้ประมาณ ๑๒ โยชน์ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา ให้สร้างเรือนคลังใหญ่ไว้แล้วเพื่อต้องการเก็บเนยใส น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำมัน งา และข้าวสารเป็นต้นในที่นั้น ๆ ได้จัดคนทั้งหลายไว้ว่า ในที่นั้น ๆ ใช้คนประมาณเท่านี้ ๆ ช่วยจัดแจงของอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ชื่อว่าพวกมนุษย์จะพึงได้มีอยู่ แม้เมื่อของอย่างหนึ่งไม่มีจากของนั้น ท่านทั้งหลายพึงบอกแก่เราดังนี้ จึงให้คนตีกลองเดินไปในเมือง ว่า ขอชนทั้งหลาย จงบริโภคทานของเวลาพราหมณ์ เริ่มแต่วันโน้น ดังนี้ เมื่อบุคคลผู้จัดการท่านบอกว่า โรงทานสำเร็จแล้ว นุ่งผ้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka