ในบทนั้น บทว่า รูปยปูรานิ ได้แก่ เต็มด้วยถาดเงิน ภาชนะเงิน
และมาสกเงิน ก็ถาดทั้งหลาย ใคร ๆ ไม่ควรกำหนดว่าเล็ก. ถาด
๔ ใบ ตั้งอยู่แล้วในภูมิภาคกำหนดได้หนึ่งกรีส. พุ่มถาดเป็นรัตนะแท้.
ตั้งแต่ขอบปากเป็นรัตนะ ๘ รถม้าอาชาไนย ซึ่งประกอบไว้พร้อม
แล้วเพื่อขอบปากถาด ย่อมวิ่งวนไปรอบ. ได้ให้ถาด ๘๔,๐๐๐
ถาดอย่างนี้ว่า เมื่อให้ตามปกติจัดปฏิคคาหกไว้เป็นหมู่ ๆ มีท้ายสุด
อยู่ข้างนอก ใส่ในถาดเสร็จแล้ว ยกส่งให้ต่อกันไปปลายแถว แม้
ในบทเป็นต้นว่า รูปิยปาติ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน ก็แม้ในบทนี้ บทว่า
สุวณฺณปูรานิ ได้แก่ เต็มด้วยถาดทองภาชนะทองและมากทอง
บทว่า หิรญฺปูรานิ ได้แก่ เต็มด้วยรัตนะ ๗ อย่าง. บทว่า
โสวณฺณาลงฺการานิ ได้แก่ เครื่องประดับเป็นทอง. บทว่า กํสุปธารณานิ
ได้แก่ ภาชนะทำด้วยเงินรับน้ำนม. ส่วนเขาทั้งหลายของแม่โคนม
ทั้งหลายเหล่านั้น ได้สวมแล้วด้วยปลอกทอง ที่คอได้ประดับซึ่ง
พวงมะลิ ที่เท้าทั้ง ๔ ได้ประดับซึ่งเครื่องประดับเท้า ที่หลังคลุม
ด้วยผ้าเนื้อดีอย่างประเสริฐ ที่คอผูกระฆังทอง. บทว่า วตฺถโกฏิ-
สหสฺสานิ ได้แก่ ผ้า ๒๐ คู่ ชาวโลกเรียก เอกโกฏิ แต่ในที่นี้
ผ้า ๒๐ เรียกว่าเอกโกฏิ. ในบทเป็นต้นว่า โขมสุขุมานํ พึงทราบ
วินิจฉัยดังนี้ บรรดาผ้าเปลือกไม้เป็นต้น ผ้าใด ๆ เป็นผ้ามีเนื้อ
ละเอียด ได้ให้แล้วซึ่งผ้านั้น ๆ เท่านั้น. ส่วนทานเหล่าใด ที่เห็น
แล้วว่า มิใช่ทานคืออิตถีทาน (การให้สตรีเป็นทาน) อุสภทาน
(การให้โคอุสภะเป็นทาน) มัชชทาน (การให้น้ำเมาเป็นทาน)
สมัชชทาน (การให้การเล่นมหรสพเป็นทาน) เวลามะนี้ได้ให้ทาน