Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 798

เล่ม มมร. 37 หน้า 798 ข้อ 227
๓. ตัณหาสูตร ว่าด้วยธรรมมีตัณหาเป็นมูล ๙ ประการ [๒๒๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันมีตัณหา เป็น ๙ ประการ เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันมีตัณหาเป็นมูล ๙ ประการเป็นไฉน การแสวงหาเพราะ อาศัยตัณหา ๑ การได้เพราะอาศัยการแสวงหา ๑ การวินิจฉัย เพราะอาศัยการได้ ๑ ฉันทราคะเพราะอาศัยการวินิจฉัย ๑ ความ หมกมุ่นเพราะอาศัยฉันทราคะ ๑ ความหวงแหนเพราะอาศัยความ หมกมุ่น ๑ ความตระหนี่เพราะอาศัยความหวงแหน ๑ การจัดการ อารักขาเพราะอาศัยความตระหนี่ ๑ ธรรมอันเป็นบาปอกุศล หลายประการ คือ การจับท่อนไม้ จับศาตรา การทะเลาะ การ แก่งแย่ง การวิวาท กล่าววาจาส่อเสียว่ามึง ๆ และพูดเท็จ ย่อม เกิดขึ้น ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมมีตัณหาเป็นมูล ๙ ประการ นี้แล. จบ ตัณหาสูตรที่ ๓ อรรถกถาตัณหาสูตรที่ ๓ ตัณหาสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ตณฺหํ ปฏิจฺจ ได้แก่ตัณหา ๒ อย่าง คือ เอสนตัณหา (ตัณหาในการแสวงหา) ๑ เอสิตตัณณหา (ตัณหาในการแสวงหาได้แล้ว) ๑. บุคคลเดินไปตามทางแพะและทางที่มีตอไม้เป็นต้น เสาะแสวง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka