จิตของเราได้เวียนมาในรูปภพเป็นธรรมดา จิตของเราไม่เวียนมา
ในอรูปภพเป็นธรรมดา ดูก่อนอาวุโส ถึงแม้รูปที่จะพึงรู้แจ้ง
ด้วยจักษุอย่างหยาบ ๆ ผ่านมาทางคลองจักษุแห่งภิกษุผู้มีจิต
หลุดพ้นโดยชอบอย่างนี้ รูปเหล่านั้นก็ครอบงำจิตเธอไม่ได้ จิต
ของเธอไม่เจือด้วยรูปเหล่านั้น เป็นจิตมั่น ถึงความไม่หวั่นไหว
และเธอย่อมพิจารณาเห็นความเสื่อมไปแห่งรูปนั้น ถึงแม้เสียงที่จะ
พึงรู้แจ้งด้วยหู ฯลฯ กลิ่นที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจมูก ฯลฯ รสที่พึงจะ
แจ้งด้วยลิ้น ฯลฯ โผฏฐัพพะที่จะพึงรู้แจ้งด้วยกาย ฯลฯ ธรรมารมณ์
ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยใจอย่างหยาบ ๆ ผ่านมาทางคลองใจแห่งภิกษุ
ผู้มีจิตหลุดพ้นโดยชอบอย่างนี้ ธรรมารมณ์นั้นก็ครอบงำจิตของ
เธอไม่ได้ จิตของเธอไม่เจือด้วยธรรมารมณ์นั้น เป็นจิตมั่น ถึง
ความไม่หวั่นไหว และเธอย่อมพิจารณาเห็นความเสื่อมไปแห่ง
ธรรมารมณ์นั้น ดูก่อนอาวุโส เปรียบเหมือนเสาหิน ยาว ๑๖ ศอก
หยั่งลงไปในหลุม ๘ ศอก ข้างบนหลุม ๘ ศอก ถึงแม้ลมพายุ
อย่างแรงพัดมาทางทิศบูรพา เสาหินนั้นไม่พึงสะเทือนสะท้านหวั่นไหว
ถึงแม้ลมพายุอย่างแรงพัดมาทางทิศประจิม ทิศอุดร ทิศทักษิณ
เสาหินนั้นก็ไม่พึงสะเทื้อนสะท้านหวั่นไหว ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะหลุมลึกและเพราะเสาหินฝังลึก ฉันใด ดูก่อนอาวุโสฉันนั้น
เหมือนกันแล ถึงแม้รูปที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุอย่างหยาบ ๆ ผ่าน
มาทางคลองจักษุแห่งภิกษุผู้มีจิตหลุดพ้นโดยชอบอย่างนี้ ก็ครอบงำ
จิตของเธอไม่ได้ จิตของเธอไม่เจือด้วยรูปเหล่านั้น เป็นจิตมั่นถึง
ความไม่หวั่นไหว และเธอย่อมพิจารณาเห็นความเสื่อมไปแห่งรูป