วิตกวิจารแล้ว ๆ อยู่ เราไม่รู้ผู้นี้ เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลาย
พึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุ
ทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มี
วิตกวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแก่สมาธิอยู่
วิตกวิจารย่อมดับในองค์ฌาน และท่านเหล่านั้นดับวิตกวิจาร
ได้แล้ว ๆ อยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็นผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา
เป็นแน่ พึงชื่นชมยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว ครั้นแล้วพึงนมัสการ กระทำ
อัญชลีเข้าไปนั่งใกล้.
เรากล่าวว่า ปีติย่อมดับในที่ใด และท่านเหล่าใดดับปีติได้
แล้ว ๆ อยู่ ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิว ดับสนิทแล้ว ข้ามได้แล้ว
ถึงฝั่งแล้ว ด้วยองค์ฌานนั้นเป็นแน่ ผู้ใดพึงถามอย่างนี้ว่า ก็ปีติ
ดับในที่ไหน และใครดับปีติได้แล้ว ๆ อยู่ เราไม่รู้ผู้นี้ ไม่เห็นผู้นี้
เธอทั้งหลายพึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัย
นี้ มีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติ
สิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้
ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข ปีติย่อมดับในองค์ฌานนี้
และท่านเหล่านั้นดับปีติได้แล้ว ๆ อยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็น
ผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยาเป็นแน่ พึงชื่นชมยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว
ครั้นแล้ว พึงนมัสการกระทำอัญชลีเข้าไปนั่งใกล้.
เรากล่าวว่า อุเบกขาและสุขดับในที่ใด และท่านเหล่าใด
ดับอุเบกขาและสุขได้แล้ว ๆ อยู่ในที่นั้น ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิว