บทว่า สตารกฺเขน เจตสา ความว่า ก็สติของพระขีณาสพ
ย่อมให้สำเร็จกิจคือหน้าที่รักษาในทวารทั้ง ๓ ทุกเวลา ด้วยเหตุนั้นนั่นแล
ญาณทัสสนะของพระขีณาสพนั้น ซึ่งเดินยืนหลับและตื่น ท่านจึงเรียกว่า
ย่อมปรากฏติดต่อกัน มีอยู่พร้อมแล้ว . บทว่า ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ
ได้แก่ ของสมณพราหมณ์เป็นอันมาก. ก็ในคำว่า ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ
นี้ ที่ชื่อว่า สมณะ ได้แก่ผู้ถือบรรพชา. ที่ชื่อว่า พราหมณ์ ได้แก่ผู้
กล่าวว่า ท่านผู้เจริญ.
บทว่า ปุถุปจฺเจกสจฺจานิ ได้แก่ สัจจะแต่ละแผนกเป็นอันมาก.
อธิบายว่า สัจจะเป็นอันมาก ที่ยึดถือกันเป็นแผนก ๆ อย่างนี้ว่า ความ
เห็นนี้เท่านั้นเป็นสัจจะ บทว่า นุณฺณานิ แปลว่า ถูกนำออกแล้ว.
บทว่า ปนุณฺณานิ แปลว่า ถูกนำออกด้วยดีแล้ว . บทว่า จตฺตานํ แปล
ว่า อันเขาสละแล้ว . บทว่า วนฺตานิ แปลว่า คายเสียแล้ว . บทว่า
มุตฺตานิ ได้แก่ ตัดเครื่องผูกได้แล้ว . บทว่า ปหีนานิ แปลว่า อันละ
เสียแล้ว. บทว่า ปฏินิสฺสฏฺาน ได้แก่ สละคืนโดยที่ทัสสนะเหล่านั้น
จะไม่ขึ้นสู่จิตอีก. ก็บทเหล่านั้นทุกบทเป็นไวพจน์ของความที่บุคคลสละ
ความยึดถือที่คนยึดถืออยู่ได้แล้ว.
บทว่า สมวยสฏฺเสโน ความว่า อวยา แปลว่า ไม่หย่อน
สฏฺา แปลว่า สละได่เเล้ว. การแสวงหาอันไม่หย่อน อันสละได้แล้ว
ของภิกษุนั้นมีอยู่ เหตุนั้น. ภิกษุนั้น ชื่อว่ามีการแสวงหาไม่หย่อน อัน
สละได้แล้วด้วยดี อธิบายว่า ผู้แสวงหาสัจจะอันตนสละแล้วได้ด้วยดี.
ด้วยบทว่า ราคา จิตฺตํ วิมุตฺตํ จิตพ้นจากราคะเป็นต้น ตรัสมรรคทำ
กิจคือหน้าที่สำเร็จ ด้วยบทว่า ราโค เม ปหีโน ราคะเราละได้แล้ว