บทว่า ตถาคตสฺส ตถาคตพลานิ ได้แก่ เป็นกำลังของพระตถาคต
เท่านั้น ไม่ทั่วไปกับคนอื่น ๆ. อธิบายว่า พละของพระพุทธเจ้าแต่ปาง
ก่อนทั้งหลายมาแล้วโดยสมบัติ คือบุญแลยศฉันใด แม้พละของพระ-
ตถาคตก็ฉันนั้น ดังนี้. ในคำว่า ตถาคตสฺส พลานิ นี้ กำลังมี ๒ อย่าง
คือกำลังพระวรกาย ๑ กำลังพระญาณ ๑ ในกำลัง ๒ อย่างนั้น กำลัง
พระวรกายพึงทราบโดยการเทียบตระกูลช้าง. สมจริงที่พระโบราณจารย์
ทั้งหลายกล่าวไว้ว่า
กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ
คนฺธมงฺคลเหมญฺจ อุโปสถจฺฉทฺทนฺติเม.
ตระกูลช้างเหล่านี้ คือ กาฬาวกะ ๒ คังเคยยะ ๑
ปัณฑระ ๑ ตัมพะ ๑ ปิงคละ ๑ คันธะ ๑ มังคละ ๑
เหมะ ๑ อุโปสถะ ๑ ฉัททันตะ ๑
รวมช้าง ๑๐ ตระกูลเหล่านี้ บรรดาตระกูลช้างเหล่านั้น
ช้างกาฬาวกะ พึงเห็นว่าเป็นตระกูลช้างธรรมดา ๆ. กำลังกายบุรุษ ๑๐
คน เท่ากันกำลังช้างตระกูลกาฬาวกะ ๑ เชือก กำลังกายของช้างตระกูล
กาฬาวกะ ๑๐ เชือก เท่ากับกำลังกายช้างตระกูลคังเคยยะ ๑ เชือก กำลัง
กายของช้างตระกูลคังเคยยะ ๑๐ เชือก เท่ากับกำลังกายของช้างตระกูล
ปัณฑระ ๑ เชือก กำลังกายของช้างตระกูลปัณฑระ ๑๐ เชือก เท่ากับ
กำลังกายของช้างตระกูลตัมพะ ๑ เชือก กำลังกายของช้างตระกูลตัมพะ
๑๐ เชือก เท่ากับกำลังกายของช้างตระกูลปิงคละ ๑ เชือก กำลังกายของ
ช้างตระกูลปิงคละ ๑๐ เชือก เท่ากับกำลังกายของช้างตระกูลคันธะ ๑ เชือก
กำลังของช้างตระกูลคันธะ ๑๐ เชือก เท่ากับกำลังของช้างตระกูล