ของการปฏิบัติทั้งหลาย กล่าวคือกุศลเจตนาและอกุศลเจตนา ในวัตถุ
อันเดียวกันโดยไม่ผิด ตามนัยนี้ว่าผู้นี้จักมีเจตนาไปนรก ผู้นี้จักมีเจตนา
ไปกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน. อนึ่งกถากล่าวถึงญาณนี้โดยพิสดารมาแล้วใน
อภิธรรมเหมือนกัน โดยนัยเป็นต้นว่า บรรดาญาณเหล่านั้น ญาณที่รู้
ปฏิปทาไปในคติทั้งปวงตามเป็นจริงของตถาคตเป็นไฉน พระตถาคต
ในโลกนี้ ย่อมทรงรู้ชัดว่านี้มรรค นี้ไม่ใช่มรรค นี้ปฏิปทาที่ให้ไปนรก
ดังนี้.
บทว่า อเนกธาตุํ ได้แก่ ธาตุเป็นอันมาก โดยจักขุธาตุเป็นต้น
หรือโดยกามธาตุเป็นต้น. บทว่า นานาธาตุํ ได้แก่ ธาตุมีประการต่าง ๆ
เพราะกำหนดความต่างของธาตุเหล่านั้น. บทว่า โลกํ ได้แก่ โลกคือขันธ์
อายตนะและธาตุ. บทว่า ยถาภูติ ปชานาติ ได้แก่ ทรงแทงตลอดสภาพ
ของธาตุเหล่านั้นโดยไม่ผิด. แม้ญาณนี้ ท่านก็กล่าวไว้พิสดารแล้วใน
อภิธรรมโดยนัยเป็นต้นว่า บรรดาญาณเหล่านั้น ญาณที่รู้ธาตุเป็นอันมาก
ธาตุต่าง ๆ โลกตามเป็นจริงของพระตถาคตเป็นไฉน. พระตถาคตใน
โลกนี้ ย่อมทรงรู้ชัดความเป็นต่าง ๆ แห่งขันธ์ ดังนี้.
บทว่า นานาธิมุตฺติกตํ ได้แก่ ความที่สัตว์ทั้งหลายมีอัธยาศัยต่าง ๆ
กัน โดยอัธยาศัยทั้งหลายมีอัธยาศัยเลวเป็นต้น. ญาณแม้นี้ ท่านกล่าวไว้
พิสดารแล้วในอภิธรรมโดยนัยเป็นต้นว่า บรรดาญาณเหล่านั้น ญาณที่รู้
ความที่สัตว์ทั้งหลายมีอัธยาศัยต่าง ๆ กัน ตามเป็นจริงของพระตถาคตเป็น
ไฉน. พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงรู้ชัดว่า สัตว์ทั้งหลายมีอัธยาศัยเลว
มีอยู่ดังนี้.
บทว่า ปรสตฺตานํ ได้แก่สัตว์ที่มีอินทรีย์ดี. บทว่า ปรปุคฺคลานํ