Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 74

เล่ม มมร. 38 หน้า 74 ข้อ 22
หาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ดูก่อนอานนท์ การที่ตถาคตทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญา วิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ แม้นี้ เป็นกำลังของตถาคต ที่ตถาคตอาศัยปฏิญาณ ฐานะของผู้เป็นโจก บันลือสีหนาทประกาศพรหมจักรในบริษัท. ดูก่อนอานนท์ ตถาคตประกอบด้วยกำลังเหล่าใด ย่อมปฏิญาณ ฐานะของผู้เป็นโจก บันลือสีหนาทประกาศพรหมจักรในบริษัท กำลัง ของตถาคตเหล่านั้นมี ๑๐ ประการนี้แล. จบอธิมุตติสูตรที่ ๒ อรรถกถาอธิมุตติสูตรที่ ๒ อธิมุตติสูตรที่ ๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า เย เต ธมฺมา ได้แก่ ธรรมคือพระทศพลญาณและพระสัพ- พัญญุตญาณ เหล่านั้นใด. บทว่า อธิมุตฺติปทานํ ได้แก่ บทคือชื่อ อธิบายว่า ธรรมคือขันธ์อายตนะธาตุ. แท้จริง ชื่อ ท่านเรียกว่าอธิมุตติ เพราะเป็นปทัฏฐานแห่งเทศนา อันเป็นบทแห่งธรรมเหล่านั้น ๆ. จริง อยู่ แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว [อดีต] ก็ตรัสธรรมเหล่านั้น เหมือนกัน แม้พระพุทธเจ้าที่ยังไม่มา [อนาคต] ก็จักตรัสธรรมเหล่านั้น เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ธรรมทั้งหลายมีขันธ์ เป็นต้น จึงชื่อว่า อธิ- มุตติบท. อธิมุตติบทเหล่านั้น. อีกอย่างหนึ่ง ทิฏฐิทั้งหลาย ท่านเรียก ว่าอธิมุตติ เพราะครอบงำความเป็นจริง ไม่ยึดถือตามความเป็นจริง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka