Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 90

เล่ม มมร. 38 หน้า 90 ข้อ 26
อรรถกถากาลีสูตรที่ ๖ กาลีสูตรที่ ๖ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า กุมารีปญฺเหสุ ได้แก่ในคำถามของธิดามารผู้ยังสาว. ตรัส พระอรหัตอย่างเดียว ด้วยบททั้งสองว่า อตฺถสฺส ปตฺติ หทยสฺส สนฺติ การบรรลุประโยชน์เป็นความสงบแห่งพระหฤทัย. บทว่า เสนํ ได้แก่ กองทัพกิเลสมีราคะเป็นต้น. บทว่า ปิยสาตรูปํ ได้ชื่ออย่างนี้ ก็เพราะ กิเลสเกิดในวัตถุทั้งหลาย ที่น่ารัก และน่าชื่นใจ. บทว่า เอโกหํ ฌายี สุขมานุโพธึ ความว่า เราผู้เดียวเท่านั้น (รู้จักกองทัพกิเลสอย่างนี้แล้ว ) จึงเข้าฌานตรัสรู้ได้โดยง่าย. บทว่า สกฺขึ ความว่า ได้แก่ ประจักษ์ธรรมที่ ถึงความเป็นประจักษ์พยาน. บทว่า สกฺขี น สมฺปชฺชติ เกนจีเม ความว่า เราไม่มีมิตรธรรมกับใคร ๆ. บทว่า ปวีกสิณสมาปตฺติปรมา โข ภคินิ เอเก สมณพฺราหฺมณา อตฺถาภินิพฺพตฺเตสุํ ความว่า สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ยึดถือว่า ปฐวี- กสิณสมาบัติ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสูงสุด จึงทำให้เกิด. บทว่า ยาวตา โข ภคินิ ปวีกสิณสมาปตฺติปรมตา ความว่า ความที่ประโยชน์มีปฐวีกสิณ สมาบัติมียอดสูงสุด ประมาณเพียงใด. บทว่า ตทภิญฺาสิ ภควา ได้แก่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงรู้ชัดซึ่งปฐวีกสิณสมาบัตินั้น ด้วยความรู้ยิ่ง ซึ่งประโยชน์นั้น ด้วยพระปัญญา. บทว่า อาทิมทฺทสฺส ได้แก่ ได้ทรงเห็น สมุทัยสัจ. บทว่า อาทีนวมทฺทสฺส ได้แก่ ได้ทรงเห็นทุกขสัจ. บทว่า นิสฺสรณมทฺทสฺส ได้แก่ ได้ทรงเห็นนิโรธสัจ. บทว่า มคฺคามคฺคาณ- ทสฺสนมทฺทสฺส ได้แก่ ทรงเห็นมรรคสัจ. บทว่า อตฺถสฺส ปตฺติ ได้แก่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka