ความว่า จะป่วยกล่าวไปไยในกามคุณ ๕ ของเหล่ามนุษย์นอกนี้ ที่ทราม
กว่าอย่างแรกนั้นแล. บทว่า มโนมยา แปลว่า อันบังเกิดด้วยใจที่
สัมปยุตด้วยฌาน.
บทว่า พาราณเสยฺยกํ แปลว่า อันเกิดขึ้นในกรุงพาราณสี. จริงอยู่
ในกรุงพาราณสีนั้น แม้ฝ้ายก็อ่อน กลุ่มเส้นด้ายก็ดี การทอก็ดี ก็ทำ
กันด้วยความฉลาด แม้น้ำก็สะอาด จืดสนิท. บทว่า อุภโตภาควิมฏฺํ
ได้แก่ ปรากฏว่าเกลี้ยงเกลาทั้ง ๒ หน้า ละมุนละไม สดใส. ตรัสปฏิปทา ๔
คละกันทั้งโลกิยะและโลกุตระ.
บรรดาสัญญาทั้งหลาย สัญญาที่ ๑ คือ กามาวจรสัญญา สัญญาที่ ๒
คือ รูปาวจรสัญญา สัญญาที่ ๓ คือ โลกุตรสัญญา สัญญาที่ ๔ คือ อากิญ-
จัญญายตนสัญญา. แต่เพราะเหตุที่สัญญานั้นชักมาว่าเป็นยอด มิได้ทรง
บัญญัติสัญญาอื่นนอกจากนั้น ฉะนั้น จึงตรัสว่าเลิศ. บทว่า พาหิรกานํ
ได้แก่ ทิฏฐิที่เป็นไปภายนอกพระศาสนา. บทว่า โน จสฺสํโน จ เม สิยา
ความว่า ถ้าเราไม่ได้มีมาแล้วในอดีต แม้ปัจจุบัน อัตภาพนี้ของเรา ก็ไม่
พึงมี. บทว่า ภวิสฺสามิ น เม ภวิสฺสติ ความว่า แม้ถ้าในอนาคต เราจัก
ไม่มีไซร้ ความกังวลอะไรของเรา ก็จักไม่มี.
บทว่า อคฺเค วิรชฺชติ ได้แก่ ย่อมคลายความกำหนัดในอุจเฉท-
ทิฏฐิ. จริงอยู่ อุจเฉททิฏฐิ ชื่อว่าเป็นเลิศเพราะเป็นเครื่องเผาพระนิพพาน
ในพระศาสนานี้. บทว่า ปรมยกฺขวิสุทฺธึ ได้แก่ ความหมดจดในสัตว์สูงสุด
คำนี้เป็นชื่อของเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ. แท้จริง อากิญจัญญาย-
ตนะ ชื่อว่าเลิศ เพราะเป็นปทัฏฐานแห่งวิปัสสนา เนวสัญญานา-
สัญญายตนะชื่อว่าเลิศ เพราะมีอายุยืนแล.