Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 131

เล่ม มมร. 38 หน้า 131 ข้อ 32
อรรถกถาทุติยอุปลิสูตรที่ ๒ ทุติยอุปาลิสูตรที่ ๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ปาราชิโก ได้แก่ ผู้ต้องอาบัติปาราชิก. บทว่า ปาราชิกกถา วิปฺปกตา โหติ ความว่า เรื่องอย่างนี้ว่า บุคคลชื่อโน้นต้องอาบัติปาราชิก หรือหนอ เป็นอันเริ่มไว้แล้วยังไม่จบ ในบททั้งปวงก็นัยนี้เหมือนกัน. จบอรรถกถาทุติยอุปาลิสูตรที่ ๒ ๓. อุพพาหสูตร ว่าด้วยภิกษุประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ สงฆ์พึงสมมติ ให้รื้อฟื้นอธิกรณ์ [๓๒] อุ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุประกอบด้วยธรรมเท่าไร หนอแล สงฆ์พึงสมมติเพื่อให้เป็นผู้รื้อฟื้นอธิกรณ์. พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบธรรม ๑๐ ประการแล สงฆ์ พึงสมมติเพื่อให้เป็นผู้รื้อฟื้นอธิกรณ์ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล สำรวมแล้วในปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วย อาจาระและโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย สมา- ทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ๑ เป็นพหูสูตร ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้สดับมาก ทรงไว้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฏฐิ ซึ่ง ธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหม- จรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ๑ ปาติโมกข์ทั้งสองเป็นอุเทศอันภิกษุนั้นจำดีแล้ว จำแนกดีแล้ว กล่าวดีแล้ว โดยพิสดาร วินิจฉัยดีแล้วโดยสูตร โดยอนุพยัญชนะ ๑ อนึ่ง ภิกษุนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka