ก็คำที่เรากล่าวว่า เราย่อมกล่าวแม้ซึ่งบุคคลโดยส่วนสอง คือ ที่ควรเสพ
ก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ดังนี้ เราอาศัยข้อนี้กล่าวแล้ว.
จบสมถสูตรที่ ๔
อรรถกถาสมถสูตรที่ ๔
สมถสูตรที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อธิปญฺา ธมฺมวิปสฺสนาย ได้แก่ วิปัสนาที่กำหนดเอา
สังขารเป็นอารมณ์
จบอรรถกถาสมถสูตรที่ ๔
๕. ปริหานสูตร๑
ว่าด้วยภิกษุพึงเป็นผู้ฉลาดในภาวะจิตของตน
[๕๕] ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรได้เรียกภิกษุทั้งหลายว่า
ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคำของท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่าน
พระสารีบุตรได้ถามว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อม
ตรัสว่า บุคคลผู้มีธรรมอันเสื่อม บุคคลผู้มีธรรมอันไม่เสื่อม ดังนี้ ดูก่อน
อาวุโสทั้งหลาย บุคคลผู้มีธรรมอันเสื่อม พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว
ด้วยเหตุมีประมาณเท่าไรหนอแล อนึ่ง บุคคลผู้มีธรรมอันไม่เสื่อม พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วด้วยเหตุมีประมาณเท่าไร ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า
ข้าแต่อาวุโส กระผมทั้งหลายมาแต่ที่ไกลแล เพื่อทราบเนื้อความแห่งภาษิต
นี้ในสำนักของท่านพระสารีบุตร ขอเนื้อความแห่งภาษิตนี้จงแจ่มแจ้งกะ
๑. พระสูตรที่ ๕-๖-๗ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.