Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 232

เล่ม มมร. 38 หน้า 232 ข้อ 73
บทว่า อภิญฺาเตหิ อภิญฺาเตหิ ได้แก่ อันใคร ๆ ก็รู้จัก คือ ปรากฏแล้วเหมือนดวงจันทร์เพ็ญ เหมือนดวงอาทิตย์กลางท้องฟ้า. ใน คำว่า ปรมฺปุราย นี้ ส่วนข้างหลังเรียกว่า ปร. ส่วนข้างหน้าเรียกว่า ปุรา. อธิบายว่า บริวารจำนวนมากผู้ที่แล่นไปข้างหน้า และที่ติดตามไปข้างหลัง. บทว่า กณฺฏกา ได้แก่ ชื่อว่าหนาม เพราะอรรถว่าทิ่มตำ. บทว่า วิสูกทสฺนนํ ได้แก่ ดูการเล่นที่เป็นปฏิโลมอันเป็นข้าศึก. บทว่า มาตุ- คามูปจาโร ได้แก่ ความเป็นผู้เที่ยวไปใกล้มาตุคาม [ผู้หญิง]. จบอรรถกถากัณฏกสูตรที่ ๒ ๓. อิฏฐสูตร ว่าด้วยธรรม ๑๐ ประการที่น่าปรารถนา หาได้ยากในโลก [๗๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการนี้ เป็นธรรมอัน น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ หาได้ยากในโลก ๑๐ ประการเป็น ไฉน คือ โภคสมบัติ ๑ วรรณะ ๑ ความไม่มีโรค ๑ ศีล ๑ พรหม- จรรย์ ๑ มิตร ๑ ความเป็นพหูสูต ๑ ปัญญา ๑ ธรรม ๑ สัตว์ทั้งหลาย ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการนี้แล เป็นธรรมอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ หาได้ยากในโลก. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการเป็นอันตรายแก่ธรรม ๑๐ ประการนี้แล ซึ่งเป็นธรรมอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ หาได้ ยากในโลก คือความเกียจคร้าน ความไม่ขยันหมั่นเพียร เป็นอันตราย แก่โภคสมบัติ การไม่ทำการสาธยาย เป็นอันตรายแก่ความเป็นพหูสูต การไม่ฟังด้วยดี ไม่สอบถาม เป็นอันตรายแก่ปัญญา การไม่ประกอบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka