Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 283

เล่ม มมร. 38 หน้า 283 ข้อ 89
ท่านพระอัครสาวกทั้งสองมาอยู่ในที่นี้ ใคร ๆ จะไม่นิมนต์ท่านด้วยปัจจัย บ้างหรือ. ชาวพระนครจึงกล่าวว่า ท่านเจ้าข้า พระเถระอยู่ไหนเล่า เหตุไร ท่านจึงไม่บอกพวกเรา. โกกาลิกภิกษุกล่าวว่า ผู้มีอายุ จะต้องบอกทำไม พวกท่านไม่เห็นพระเถระ ๒ รูปนั่งอยู่เหนือเถระอาสน์ดอกหรือ นั้นแหละ พระอัครสาวก. ชาวพระนครเหล่านั้น รีบเร่งประชุมรวบรวมเนยใสน้ำผึ้ง เป็นต้น และผ้าทำจีวรทั้งหลาย โกกาลิกภิกษุคิดว่า ท่านพระอัครสาวก มีความมักน้อยอย่างยิ่ง จักไม่ยินดีลาภที่เกิดขึ้นด้วยปยุตตวาจา (วาจาพูด เลียบเคียงหาลาภ). เมื่อท่านไม่ยินดี ก็จะบอกให้ให้แก่ภิกษุประจำวัด แล้วจึงให้เขาถือลาภนั้นไปยังสำนักพระเถระ. พระเถระเห็นแล้วก็ปฏิเสธ ว่า ปัจจัยไม่สมควรแก่เรา ทั้งไม่สมควรแก่โกกาลิกภิกษุ ดังนี้แล้วก็กลับ ไป. โกกาลิกภิกษุเกิดอาฆาตว่า อะไรเล่า ท่านพระอัครสาวกเมื่อตนเอง ไม่รับก็ไม่ให้แก่เรา แล้วหลีกไปเสีย. พระอัครสาวกทั้งสองแม้นั้นมาเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายบังคมแล้ว ก็พาบริษัทของคนจาริกไปในชนบท อีก กลับมายังนครนั้น ในรัฐนั้นนั่นแหละตามลำดับ พวกชาวเมืองจำ พระเถระได้ ก็จัดแจงทานพร้อมบริขารสร้างมณฑปกลางพระนครถวาย ทาน แล้วน้อมบริขารถวายพระเถระ. พระเถระก็มอบแก่ภิกษุสงฆ์. พระ โกกาลิกะเห็นดังนั้นคิดว่า พระอัครสาวกนี้แต่ก่อนเป็นผู้มักน้อย บัดนี้ กลายเป็นผู้มีความปรารถนาเลว ชะรอยเมื่อก่อนจะทำทีว่ามักน้อย สันโดษ และสงัด จึงเข้าไปหาพระเถระกล่าวว่า ผู้มีอายุ พวกท่านแต่ก่อนทำ เหมือนว่ามักน้อย แต่บัดนี้กลายเป็นภิกษุชั่วไปเสียแล้ว คิดว่าจำเราจัก ทำลายที่พึ่งของพระเถระเหล่านั้น ที่ต้นตอ จึงรีบออกไปเข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคเจ้า. ภิกษุโกกาลิกะนี้นี่แหละพึงทราบว่า เข้าไปเฝ้าด้วยเหตุนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka