Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 285

เล่ม มมร. 38 หน้า 285 ข้อ 89
ครั้งนั้นผู้คนทั้งหลายที่มาฟังธรรมก็พากันพูดว่า ชิ โกกาลิกะ ชิ โกกาลิกะ ทำไม่ถูกเลย อาศัยปากของตนอย่างเดียวก็ถึงความย่อยยับ อารักขเทพยดา ทั้งหลายฟังเสียงของผู้คนเหล่านั้น ก็ได้กระทำเสียงตำหนิเหมือนกัน อากาสเทวดาฟังอารักขเทวดา ก็ตำหนิดังนั้นเหมือนกัน เหตุนั้นจึงเกิด เสียงตำหนิเป็นอันเดียวกันโดยอุบายอย่างนี้ จนถึงอกนิฏฐภพ. บทว่า ตุทิ ได้แก่ อุปัชฌาย์ของพระโกกาลิกะ ชื่อ ตุทิเถระ บรรลุ อนาคามิผล บังเกิดในพรหมโลก ท่านได้ยินเสียงตำหนิตั้งแต่ภุมมัฎฐก- เทวดาต่อ ๆ กัน ไปจนถึงพรหมโลกว่า โกกาลิกะ กล่าวตู่พระอัครสาวก ด้วยอันติมวัตถุ กระทำกรรมไม่ถูก คิดว่า น่าสงสารเมื่อเราเห็นเขาอยู่ ก็อย่าพินาศไปเสียเลย จำเราจักสั่งสอนเขา เพื่อให้จิตเลื่อมใสในพระ- อัครสาวกทั้งสองดังนี้ แล้วจึงมายืนอยู่ตรงหน้าโกกาลิกะภิกษุนั้น. ท่าน หมายเอาตุทิพรหมผู้นั้น จึงกล่าวคำนี้ว่า "ตุทิปจฺเจกพฺรหฺมา." บทว่า เปสลา หมายความว่า มีศีลเป็นที่รัก. พระโกกาลิกะนอนลืม ตาพร่าพรายกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุท่านเป็นใคร. บทว่า ปสฺส ยาวญฺจ เต ความว่า พระโกกาลิกะกล่าวว่า จงดู ท่านทำผิดไว้มีประมาณเท่าใด เมือไม่เห็นฝีหัวใหญ่ที่หน้าผากของตน สำคัญว่า พึงตักเตือนเราด้วยต่อม ขนาดเมล็ดพันธุ์ผักกาด. ครั้งนั้น ตุทิพรหมรู้ว่าโกกาลิกะนี้ไม่พอใจ จักไม่เชื่อใคร ๆ เหมือนปลาที่กลืนยาพิษ จึงกล่าวกะโกกาลิกะนั้นว่า ปุริสสฺส หิ เป็นต้น บทว่า กุารี ในคาถานั้น ได้แก่ วาจาหยาบเสมือนขวาน. บทว่า ฉินฺทติ ได้แก่ ย่อมตัดที่รากทีเดียว กล่าวคือกุศลมูล. บทว่า นินฺทิยํ ได้แก่ บุคคล ทุศีลที่พึงติเตียน. บทว่า ปสํสติ ได้แก่ ชมเชย โยชน์สูงสุด จึงกล่าวว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka