Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 296

เล่ม มมร. 38 หน้า 296 ข้อ 92
กล่าวว่า เลิศกว่านมสดเป็นต้นเหล่านั้น ฉันใด กามโภคีบุคคลผู้แสวงหา โภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยไม่ทารุณ ครั้นแสวงหาได้แล้ว ย่อมเลี้ยง ตนให้เป็นสุข ให้อิ่มหนำ แจกจ่าย กระทำบุญ และเป็นผู้ไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่น ไม่จดจ่อ เห็นโทษ มีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออก บริโภค โภคทรัพย์นั้น นี้เป็นผู้เลิศ ประเสริฐเป็นใหญ่สูงสุด ดีกว่ากามโภคี- บุคคล ๑๐ จำพวกนี้ ฉันนั้น. จบกามโภคีสูตรที่ ๑ อุบาสกวรรคที่ ๕ อรรถกถากามโภคีสูตรที่ ๑ วรรคที่ ๕ กามโภคีสูตรที่ ๑ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า สาหเสน ได้แก่ กรรมอันหยาบ. จบอรรถกถากามโภคีสูตรที่ ๑ ๒. เวรสูตร ว่าด้วยอริยสาวกระงับภัยเวร ๕ ประการ [๙๒] ครั้งนั้นแล อนาถบิณฑิกคฤคดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค- เจ้ายังที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะอนาถบิณฑิกคฤหบดีว่า ดูก่อนคฤหบดี เพราะเหตุที่อริยสาวกเข้าไประงับภัยเวร ๕ ประการเสีย ได้แล้ว เป็นผู้ประกอบด้วยองค์เครื่องบรรลุกระแสนิพพาน ๔ ประการ และเป็นผู้เห็นแจ้งแทงตลอดญายธรรมอันเป็นอริยะด้วยปัญญา อริยสาวก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka