อรรถกถาวัชชิยสูตรที่ ๔
วัชชิยสูตรที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
คฤหบดีมีชื่ออย่างนี้ว่า วัชชิยมาหิตะ. บทว่า สพฺพํ ตปํ ความว่า
มีการกระทำกิจที่ทำได้ยากเป็นตบะทุกอย่าง. บทว่า สพฺพํ ตปสฺสึ ได้แก่
ผู้อาศัยตบะทุกอย่าง. บทว่า ลูขาชีวึ ได้แก่ ประกอบเนือง ๆ ซึ่งการ
เลี้ยงชีพด้วยการการทำกิจที่ทำได้ยาก. บทว่า คารยฺหํ แปลว่า ผู้ควร
ติเตียน. ทว่า ปสํสิยํ แปลว่า ผู้ควรสรรเสริญ. บทว่า เวนยิโก ได้
แก่ ผู้ที่ตนเองมิได้แนะนำ แต่บุคคลอื่นแนะนำ. บทว่า อปฺปญฺตฺติโก
ความว่า ไม่อาจบัญญัติสิ่งไร ๆ. อีกนัยหนึ่ง บทว่า เวนยิโก แปลว่า
ผู้ทำสัตว์ให้พินาศ. บทว่า อปฺปญฺตฺติโก ได้แก่ บัญญัติพระนิพพานที่
ไม่ประจักษ์ ไม่อาจบัญญัติสิ่งไร ๆ ในสัสสตทิฏฐิเป็นต้น . บทว่า น โส
ภควา เวนยิโก ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ทรงรู้ตามความเป็น
จริงอย่างนี้ ทรงบัญญัติกุศลอกุศล ไม่ใช่ผู้อื่นจะพึงแนะนำ ไม่ใช่ผู้อื่น
ให้ศึกษา อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้ามิใช่ผู้ทำสัตว์ให้พินาศ ทรงแนะ
นำด้วยดี ทรงให้ศึกษาด้วยดี ทรงแนะนำสัตว์ เพราะทรงบัญญัติธรรม
ที่ทรงอาศัยบัญญัติอย่างมีสติ ท่านแสดงว่า ข้อบัญญัติของพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้านั้น เป็นข้อบัญญัติที่ดีทั้งนั้น.
บทว่า วิมุตฺตึ วิมุจฺจโต อกุสลา ธมฺมา ความว่า อกุศลธรรม
ทั้งหลาย ชื่อว่าย่อมเจริญแก่จิตที่น้อมไปสู่อธิมุตติ คือ มิจฉาทิฏฐิ. ทรง
หมายเอาข้อนั้นจึงตรัสคำนี้. แต่ความหลุดพ้นแห่งจิตในพระศาสนา ย่อม
ไม่แล่นไปสู่สังขตธรรม เพราะเหตุนั้น วิมุตติความหลุดพ้นจึงเป็นปัจจัย
แก่กุศลธรรมเท่านั้น.
จบอรรถกถาวัชชิยสูตรที่ ๔