Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 330

เล่ม มมร. 38 หน้า 330 ข้อ 99
อุ. เป็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า. พ. ดูก่อนอุบาลี สาวกทั้งหลายของเราพิจารณาเห็นอยู่ซึ่งธรรม แม้นี้ (ว่ามีอยู่) ในตน จึงซ่องเสพเสนาสนะคือป่าและราวป่าอันสงัด แต่ว่าสาวกเหล่านั้น ยังไม่บรรลุประโยชน์ของตนโดยลำดับก่อน. ดูก่อนอุบาลี อีกประการหนึ่ง ภิกษุบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใส แห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตก วิจารสงบไป มีปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิอยู่ ดูก่อนอุบาลี เธอจะสำคัญ ความข้อนั้นเป็นไฉน การอยู่เช่นนั้น เป็นการอยู่ที่ดียิ่งกว่า และประณีต กว่า การอยู่อันมีในก่อนมิใช่หรือ. อุ. เป็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า. พ. ดูก่อนอุบาลี สาวกทั้งหลายของเราพิจารณาเห็นอยู่ซึ่งธรรม แม้นี้ (ว่ามีอยู่) ในตน จึงซ่องเสพเสนาสนะคือป่าและราวป่าอันสงัด แต่ว่าสาวกเหล่านั้นยังไม่บรรลุประโยชน์ของตนโดยลำดับก่อน ดูก่อนอุบาลี อีกประการหนึ่ง ภิกษุมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้า ทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข ดูก่อน อุบาลี เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน การอยู่เช่นนี้เป็นการอยู่ที่ดียิ่ง กว่า ประณีตกว่าการอยู่อันมีในก่อนมิใช่หรือ. อุ. เป็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า. พ. ดูก่อนอุบาลี สาวกทั้งหลายของเราพิจารณาเห็นอยู่ซึ่งธรรม แม้นี้ (ว่ามีอยู่ ) ในตน จึงซ่องเสพเสนาสนะ คือ ป่าและราวป่าอันสงัด แต่ว่าสาวกเหล่านั้น ยังไม่บรรลุประโยชน์ของตนโดยลำดับก่อน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka