Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 435

เล่ม มมร. 38 หน้า 435 ข้อ 166
อรรถกถาจุนทสูตรที่ ๑๐ จุนทสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า กมฺมารปุตฺตสฺส แปลว่า บุตรช่างทอง. คำว่า กสฺส โน ตฺรํ ตัดบทเป็น กสฺส นุ ตฺวํ. บทว่า ปจฺฉาภูมิกา แปลว่า ชาวปัจฉาภูมิ. บทว่า กุณฺฑลุกา แปลว่า ใส่ตุ้มหู. บทว่า เสวาล- มาลกา ได้แก่ ย่อมทรงไว้ เหมือนกับสวมพวงมาลัยสาหร่าย ฉะนั้น กล่าวกันว่านุ่งผ้าสาหร่ายก็มี. บทว่า อุทโกโรหกา ได้แก่ การลงอาบน้ำ เย็นเช้า. บทว่า อานเสยฺยาสิ แปลว่า พึงจับต้องด้วยมือ. จบอรรถกถาจุนทสูตรที่ ๑๐ ๑๑. ชาณุสโสณีสูตร ว่าด้วยการอุทิศทานให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว [๑๖๖] ครั้นนั้นแล ชาณุสโสณีพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าถึงที่ประทับ ได้ปราศัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่านการปราศัย พอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูล ถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ท่านโคดมผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าได้นามว่าเป็น พราหมณ์ ย่อมให้ทาน ย่อมทำความเชื่อว่า ทานนี้ต้องสำเร็จแก่ญาติ- สาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้ว ขอญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วจงบริโภคทานนี้ ท่านโคดมผู้เจริญ ทานนั้นย่อมสำเร็จแก่ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วหรือ ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วเหล่านั้นย่อมได้บริโภคทานนั้นหรือ พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนพราหมณ์ ทานนั้นย่อมสำเร็จในฐานะแล ย่อมไม่สำเร็จในอฐานะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka