แสดงธรรม กล่าวคือการแสดงเหตุแห่งความกระเสือกกระสน. บทว่า
สํสปฺปติ ความว่า สัตว์กระทำกรรมนั้น ย่อมเสือกไป ไถไป แถกไป.
บทว่า ชิมฺหา คติ ความว่า สัตว์จักไปสู่คติใดด้วยกรรมนั้น คตินั้น
ย่อมชื่อว่า คด. บทว่า ชิมฺหุปปตฺติ ความว่า สัตว์จักเข้าถึงคติใด แม้คติ
ของเขานั้นก็คดเหมือนกัน. บทว่า สํสปฺปชาติกา ได้แก่ มีการเลื้อยไป
เป็นสภาพ. บทว่า ภูตา ภูตสฺส อุปปตฺติ โหติ ความว่า ความบังเกิด
ของสัตว์ ย่อมมีเพราะกรรมที่มีอยู่แล้ว คือเพราะกรรมที่มีอยู่โดยสภาพ.
บทว่า ผสฺสา ผุสนฺติ ได้แก่ ผัสสะที่เป็นวิบาก ย่อมถูกต้อง.
จบอรรถกถาธรรมปริยายสูตรที่ ๖
๖. ปฐมกรรมสูตร๑
ว่าด้วยความสุดสิ้นแห่งกรรม
[๑๙๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวความสิ้น
สุดแห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ก็วิบากนั้นแล อันสัตว์ผู้ทำพึง
ได้เสวยในปัจจุบัน (ทิฏฐธรรมเวทนียะ) ในอัตภาพถัดไป (อุปปัชช-
เวทนียะ) หรือในอัตภาพต่อ ๆ ไป (อปราปรเวทนียะ) ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวการทำที่สุดทุกข์แห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจ
กระทำสั่งสมขึ้น ในข้อนั้น ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางกาย
๓ อย่าง มีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก
ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง มีความตั้งใจเป็น
อกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ความวิบัติอันเป็นโทษ
๑. อรรถกถาเป็นสูตรที่ ๗.