ย่อมไม่รักษาจักขุนทรีย์ ชื่อว่าไม่ถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ ฟังเสียง
ด้วยหู... ดมกลิ่นด้วยจมูก. . . ลิ้มรสด้วยลิ้น.. . ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วย
กาย... รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว เป็นผู้ถือเอาโดยนิมิต ถือเอาโดย
อนุพยัญชนะ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมมนินทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้วจะ
เป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำ ชื่อว่า
ย่อมไม่รักษามนินทรีย์ ชื่อว่าย่อมไม่ถึงความสำรวมในมนินทรีย์ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ปกปิดแผลอย่างนั้นแล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุไม่สุมไฟอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมไม่แสดงธรรมตามที่ฟังมาแล้ว ตามที่เรียนมาแล้ว แก่ผู้อื่น โดย
พิสดาร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุชื่อว่าไม่สุมไฟอย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุไม่รู้ท่าน้ำอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เข้าไปหาภิกษุผู้เป็นพหูสูต ผู้ชำนาญนิกาย ผู้ทรงธรรม ทรงวินัย ทรง
มาติกา ตามเวลาอันสมควร ย่อมไม่สอบถาม ย่อมไม่ได้ถามว่า ท่าน
ผู้เจริญ พระพุทธพจน์นี้เป็นอย่างไร อรรถแห่งพระพุทธพจน์นี้เป็น
อย่างไร ท่านเหล่านั้นย่อมไม่เปิดเผยข้อที่ยังไม่ได้เปิดเผย ย่อมไม่ทำให้
ตื้นข้อที่ยังไม่ได้ทำให้ตื้น และไม่บรรเทาความสงสัยในธรรมเป็นที่ตั้ง
แห่งความสงสัยมากอย่าง แก่ภิกษุนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมรู้
ท่าน้ำอย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุย่อมไม่รู้ธรรมที่แล้วอย่างไร ภิกษุ
ในธรรมวินัยนี้ เมื่อธรรมวินัยอันตถาคตประกาศแล้ว อันบุคคลอื่นแสดง
อยู่ ย่อมไม่ได้ความรู้อรรถ ไม่ได้ความรู้ธรรม ไม่ได้ความปราโมทย์
อันประกอบด้วยธรรม ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่รู้ธรรมที่ดื่มแล้ว
อย่างนี้แล.