บทว่า น ติตฺถํ ชานาติ ความว่า ย่อมไม่รุ้ท่าว่าเรียบหรือไม่เรียบ
มีสัตว์ร้ายหรือไม่มีสัตว์ร้าย นายโคบาลนั้นย่อมให้แม่โคลงในที่มิใช่ท่า
เมื่อแม่โคเหล่านั้น เหยียบแผ่นหินเป็นต้น ในที่ไม่เรียบ เท้าก็แตก.
สัตว์รู้มีจระเข้เป็นต้น ย่อมจับแม่โคที่ลงท่าน้ำลึกมีสัตว์ร้าย. แม่โค
ทั้งหลายก็จะต้องถูกเขากล่าวว่า วันนี้แม่โคจำนวนเท่านี้ วันนี้แม่โค
หายจำนวนเท่านี้. แม้ฝูงโคของนายโคบาลนั้นย่อมลดลง ด้วยประการฉะนี้
ฯลฯ เขาย่อมผู้เหินห่างแม้จากปัญจโครส.
บทว่า น ปีตํ ชานาติ ความว่า ย่อมไม่รู้โคดื่มน้ำแล้วหรือยัง
จริงอยู่ นายโคบาลควรจะรู้ว่าโคดื่มน้ำแล้วหรือยังไม่ได้ดื่มอย่างนี้ว่า แม่-
โคนี้ดื่มน้ำแล้ว แม่โคนี้ยังไม่ได้ดื่มน้ำ แม่โคนี้ได้โอกาสที่ท่าดื่มน้ำ
แม่โคนี้ไม่ได้โอกาส. ก็นายโคบาลนี้รักษาฝูงโคในป่าครึ่งวันแล้วคิดว่าจะ
ให้มันดื่มน้ำ ก็พาไปยังแม่น้ำหรือบึง. ในที่นั้น โคจ่าฝูงแลโคลูกฝูง และ
แม่โคมีกำลังก็จะเอาเขาหรือสีข้างกระแทกโคที่มีกำลังน้อย และกระทำ
โอกาสให้แก่ตน แล้วลงน้ำแค่อกดื่มน้ำตามพอใจ. โคนอกนั้นเมื่อไม่ได้
โอกาสก็ยืนที่ฝั่ง ดื่มน้ำปนโคลนหรือไม่ดื่ม ทีนั้น นายโคบาลนั้นก็จะดี
ที่หลังไล่เข้าป่าไปอีก แม่โคที่มิได้ดื่มน้ำในที่นั้น ก็เหนื่อยอ่อน เพราะ
กระหายน้ำ ก็กินหญ้าตามความต้องการไม่ได้. ในฐานะนั้น น้ำนมของ
โคทั้งหลายก็ขาดไป ความไวของโคทั้งหลายก็ลดไป ฯลฯ เขาย่อมเป็น
ผู้เหินห่างจากการบริโภคปัญจโครส.
บทว่า น วีถึ ชานาติ ความว่า ย่อมไม่รู้ ทางนี้เรียบปลอดภัย
ทางนี้ไม่เรียบ น่ารังเกียจ น่ามีภัย นายโคบาลนั้น เว้นทางที่เรียบและ
ปลอดภัย ให้ฝูงโคเดินไปทางนอกนี้. ในที่นั้น โคทั้งหลายได้กลิ่นราชสีห์
และเสือเป็นต้น และอันตรายจากโจรคุกคาม เผชิญสัตว์ร้ายจู่โจม ยืนชะเง้อ