Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 39 หน้าที่ 44

เล่ม มมร. 39 หน้า 44 ข้อ 2
การขับร้องด้วย การประโคมด้วย การดูสิ่งที่เป็นข้าศึกด้วย ชื่อว่า นัจจ- คีตวาทิตวิสูกทัสสนะ. ก็วิสูกทัสสนะ ในที่นี้ พึงถือเอาตามนัยที่ตรัสไว้ใน พรหมชาลสูตร. จริงอยู่ ในพรหมชาลสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า อนึ่งท่านสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง บริโภคโภชนะ ที่เขาให้ด้วยศรัทธา ยังชอบดูการเล่นที่เป็นข้าศึกเห็น ปานนี้อยู่ คือ ฟ้อนรำ ขับร้องประโคม เล่นมหรสพ เล่นเล่านิทาน เล่นปรบมือ เล่นเคาะปลุกยาม เล่นตี กลอง เล่นของสวย ๆ ทำของสวย ๆ เล่น เล่นเลียน คนจัณฑาล เล่นไม้สูง เล่นหน้าศพ เล่นชนช้าง เล่นชนม้า เล่นชนกระบือ เล่นชนโค เล่นชนแพะ เล่นชนแกะ เล่นชนไก่ เล่นชนนกกระทา เล่นกระบี่- กระบอง เล่นแข่งสุนัข เล่นมวยชก เล่นมวยปล้ำ เล่นรบกัน เล่นสนามรบ เล่นตรวจพล เล่นจัดกระ- บวนทัพ ดูกองทัพดังนี้เห็นปานใด พระสมณโคดม เว้นขาดจากการดูการละเล่นเห็นปานนี้ ดังกล่าวมา ฉะนี้. อีกอย่างหนึ่ง การฟ้อนรำ การขับร้องและการประโคม โดยความ ตามที่กล่าวมาแล้วเท่านั้นเป็นข้าศึก ชื่อว่า นัจจคีควาทิตวิสูกะ การดูการฟ้อนรำ ขับร้องและประโคมที่เป็นข้าศึกเหล่านั้น ชื่อว่านัจจคีควาทิตวิสูกทัสสนะ เจตนา งดเว้นจากการฟ้อนรำขับร้องและประโคมที่เป็นข้าศึกนั้น เมื่อความจะกล่าวว่า ทสฺสนสวนา แม้การฟังท่านก็เรียกว่า ทัสสนะ เหมือนกัน เหมือนการ จับอารมณ์ แม้มิใช่เป็นไปทางจักษุทวาร ท่านก็เรียกว่าทัสสนะ ในประโยค เป็นต้นอย่างนี้ว่า โส จ โหติ มิจฺฉาฏฺิโก วิปรีตทสฺสโน ผู้นั้นย่อม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka