ปานกลาง ก็ชื่อว่ามัชฌิมะอย่างกลาง. ด้วยฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสาอย่าง
ประณีต ชื่อว่า ปณีตะอย่างดี. อีกนัยหนึ่ง สิกขาบททั้ง ๑๐ นี้เศร้าหมองด้วย
ตัณหา ทิฏฐิและมานะ ชื่อว่าอย่างเลว. ที่ไม่เศร้าหมอง ชื่อว่าอย่างกลาง. ที่
ปัญญากำกับ ในสิกขาบทนั้น ๆ ชื่อว่าอย่างดี. อีกนัยหนึ่ง สิกขาบทเหล่านั้น
ที่สมาทานด้วยกุศลจิตเป็นญาณวิปปยุตปราศจากความรู้ ชื่อว่าอย่างเลว. ที่
สมาทานด้วยกุศลจิตเป็นญาณสัมปยุต ประกอบด้วยความรู้ เป็นสสังขาริกมี
เครื่องชักจูง ชื่อว่าอย่างกลาง. ที่สมาทานด้วยกุศลจิตเป็นญาณสัมปยุต เป็น
อสังขาริก ไม่มีเครื่องชักจูง ชื่อว่า อย่างดี. พึงทราบว่า สิกขาบทมีอย่างเลว
เป็นต้น ดังกล่าวมาฉะนี้.
มาติกาหัวข้ออันใด ข้าพเจ้ายกเป็นบทตั้งไว้ เพื่อพรรณนาปาฐะแห่ง
สิกขาบท ด้วยคาถา ๖ คาถามีว่า สิกขาบทนี้ ผู้ใดกล่าว กล่าวไว้ที่ใดกล่าว
เมื่อใด กล่าวเพราะเหตุใด ดังนี้เป็นต้น มาติกาหัวข้อนั้น เป็นอันข้าพเจ้า
ประกาศโดยอรรถ ด้วยคำมีประมาณเพียงเท่านี้แล.
จบ พรรณานาสิกขาบท
แห่ง
อรรถกถาขุททกปาฐะ ปรมัตถโชติกา