Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 39 หน้าที่ 198

เล่ม มมร. 39 หน้า 198 ข้อ 6
ส่วนการพรรณนาความ พึงทราบดังนี้. ความเคารพ การทำความ เคารพความเป็นผู้มีความเคารพตามสมควรในพระพุทธเข้าพระปัจเจกพุทธเจ้า พระสาวกของพระตถาคต อาจารย์ อุปัชฌาย์ มารดาบิดา พี่ชาย พี่สาว เป็นต้น เป็นผู้ควรประกอบความเคารพ ชื่อว่า คารวะ. คารวะนี้นั้น เพราะเหตุที่เป็นเหตุแห่งการไปสุคติเป็นต้น เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า บุคคลกระทำความเคารพผู้ที่ควรเคารพ สักการะ ผู้ที่ควรสักการะ นับถือผู้ที่ควรนับถือ บูชาผู้ที่ควร บูชา. เพราะธรรมนั้น ที่ยึดถือไว้บริบูรณ์อย่างนี้ เบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกายแตก เขาย่อมเข้าลงสุคติ โลกสวรรค . ถ้าเขาไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค หากเขา มาเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเป็นผู้มีตระกุลสูงในประเทศที่ กลับมาเกิด ดังนี้. และเหมือนอย่างที่ตรัสไว้อย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความ ไม่เสื่อม ๗ ประการเหล่านี้. ๗ ประการเป็นไฉน ๗ ประการมี ความเป็นผู้มีความเคารพในพระศาสดา ดังนี้เป็น ต้นฉะนั้น จึงตรัสว่าเป็นมงคล. ความเป็นผู้มีใจลดต่ำ ความเป็นผู้มีความประพฤติไม่ลำพอง ชื่อว่า ความถ่อมตน. บุคคลประกอบด้วยความเป็นผู้ถ่อมตนอันใด กำจัดมานะได้ กำจัด ความกระด้างได้ เป็นเสมือนผ้าเช้ดเท้า เสมอด้วยโคอุสุภะเขาขาด และเสมอ ด้วยงูที่ถูกถอนเขี้ยวแล้ว ย่อมเป็นผู้ละเอียดอ่อนละมุนละไม ผ่องแผ้วด้วยสุข ความเป็นผู้ถ่อมตนอันนี้ เป็นนิวาตะ นิวาตะนี้นั้น ตรัสว่าเป็นมงคล เพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka