ในที่ลึกมีนี้เป็นที่สุด ท่านอธิบายว่าดีตราบเท่าที่นับได้ว่าฝังไว้ในที่ลึกมีน้ำเป็น
ที่สุด. บทว่า น สพฺโพ สพฺพทาเยว ตสฺส ตํ อุปกปฺปติ ความว่า
ขุมทรัพย์ย่อมไม่สำเร็จประโยชน์ ไม่สำเร็จผลแม้ทั้งหมด ท่านอธิบายว่า ไม่
สามารถทำกิจตามที่กล่าวมาแล้ว แก่บุรุษที่ฝังไว้ได้ทุกเวลา. คืออะไรเล่า คือ
ว่า บางครั้งก็สำเร็จประโยชน์ บางครั้งก็ไม่สำเร็จประโยชน์เลย. ศัพท์ว่า ตํ
ในคาถานั้น พึงเห็นว่าเป็นนิบาต ลงในอรรถว่าปทปูรณะทำบทให้เต็ม เช่นใน
ประโยคเป็นต้นอย่างนี้ว่า ยถา ตํ อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน. หรือว่าท่าน
ทำลิงค์ [เพศศัพท์] ให้ต่างกัน เมื่อควรจะกล่าวว่า โส ก็กล่าวเสียว่า ตํ. จริง
อยู่เมื่อกล่าวอย่างนั้น ความนั้น ก็รู้ได้สะดวก.
พรรณนาคาถาที่ ๔ และที่ ๕
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสว่า น สพฺโพ สพฺพทาเยว ตสฺส ตํ
อุปกปฺปติ อย่างนี้ บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงเหตุที่ไม่สำเร็จประโยชน์ จึง
ตรัสว่า
เพราะขุมทรัพย์เคลื่อนย้ายจากที่ไปเสียบ้าง ความ
จำของเขา คลาดเคลื่อนไปเสียบ้าง พวกนาคลักไป
เสียบ้าง พวกยักษ์ลักไปเสียบ้าง ทายาทผู้รับมรดกที่
ไม่เป็นที่รักขุดเอาไป เมื่อเขาไม่เห็นบ้าง.
คาถานั้น มีความว่า ขุมทรัพย์นั้น เคลื่อนย้ายออกไปจากที่ ๆ เขาฝัง
ไว้ดีแล้ว คือ แม้ไม่มีเจตนาก็ไปที่อื่นได้ โดยเจ้าของสิ้นบุญบ้าง. ความจำ
ของเขา คลาดเคลื่อน คือเขาจำไม่ได้ถึงที่ ๆ ฝังขุมทรัพย์ไว้บ้าง พวกนาค ที่
ความสิ้นบุญของเขาเตือนแล้ว ยักย้ายขุมทรัพย์นั้น เอาไปที่อื่นเสียบ้าง พวก
ยักษ์ลักพาเอาไปตามชอบใจเสียบ้าง พวกทายาทผู้รับมรดกที่ไม่ชอบกัน ขุด