Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 39 หน้าที่ 319

เล่ม มมร. 39 หน้า 319 ข้อ 9
เพราะฉะนั้น เนื้อทรงแสดงปริยายแห่งความหวังอย่างนั้น ๆ ความ ปรารถนาที่มีอธิษฐานภาวนาด้วยการตั้งจิตเป็นบริขาร เหตุในความที่บุญนิธิ นั้น ให้ผลที่น่าใคร่ทุกอย่างนั้น จึงตรัสว่า เทวดาและมนุษย์ ปรารถนานักซึ่งอิฐผลใด ๆ อิฐผลทุกอย่างนั้น อันบุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้. พรรณนาคาถาที่ ๑๑ บัดนี้ ผลนั้นใดทุกอย่าง อันเทวดาและมนุษย์ย่อมได้ด้วยบุญนิธินั้น เมื่อทรงแสดงผลนั้นเป็นอย่าง ๆ จึงตรัสคาถาอย่างนี้ว่า ความมีวรรณะงาม ความ มีเสียงเพราะเป็นต้น. บรรดาคาถาเหล่านั้น จะวินิจฉัยในคาถาที่ ๑ ก่อน ความมีฉวีวรรณ งาม ความมีผิวหนังคล้ายทอง ชื่อว่าความมีวรรณะงามนั้น บุคคลย่อมได้ด้วย บุญนิธินั้น. เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชาติก่อน ภพก่อน กำเนิด ก่อนตถาคตเกิดเป็นมนุษย์แต่ก่อน เป็นคนไม่โกรธ ไม่มากด้วยความคับแค้นใจ ถึงถูกเขาว่ากล่าวมาก ๆ ก็ ไม่ขัดใจ ไม่โกรธ ไม่พยาบาท ไม่ใช้กำลัง ไม่ทำ ความกำเริบ โทสะ และความไม่มีเหตุปัจจัยให้ปรากฏ ทั้งเป็นผู้ให้ผ้าปูลาด ผ้านุ่งห่มเนื้อละเอียดอ่อน ผ้า เปลือกไม้เนื้อละเอียด ผ้าฝ้ายเนื้อเอียด ผ้ากัมพล เนื้อละเอียดแม้อันใด ตถาคตนั้น เพราะทำสร้างสม กรรมนั้น ฯลฯ จุติจากภพนั้นแล้ว มาสู่ความเป็นอย่างนี้ ย่อมได้มหาปุริสลักษณะนี้คือ เป็นผู้มีวรรณะดังทอง มีผิวคล้ายทอง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka