ประมาณกึ่งโยชน์เป็นต้น, สำหรับภิกษุผู้ใหม่ในสงฆ์มีประมาณ ๑ อุสภะ๑
ใคร ๆ ไม่พึงคิดว่า "ในอาศรมบทแห่งเดียว จะตบแต่งอาสนะใหญ่โต
ถึงเพียงนั้นได้อย่างไร ?" เพราะว่า นี้เป็นวิสัยของฤทธิ์, เมื่อตบแต่ง
อาสนะเสร็จแล้วอย่างนั้น, สรทดาบส ยืนประคองอัญชลีเบื้องพระพักตร์
ของพระตถาคตแล้ว กราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์
เสด็จขึ้นสู่อาสนะดอกไม้นี้ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพระองค์
ตลอดราตรีนาน."
เพราะเหตุนั้น โบราณาจารย์จึงกล่าวไว้ว่า
"สรทดาบสเอาดอกไม้ต่าง ๆ และของหอม
ธรรมด้วยกัน ตบแต่งอาสนะดอกไม้แล้ว ได้กราบ
ทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระวีระ อาสนะที่ข้าพระองค์
ตบแต่งแล้วนี้ สมควรแด่พระองค์, พระองค์
เมื่อจะยังจิตของข้าพระองค์ ให้เลื่อมใส ขอจง
ประทับนั่งบนอาสนะดอกไม้, พระพุทธเจ้าได้ทรง
ยังจิตของข้าพระองค์ให้เลื่อมใสแล้ว ยังโลกนี้
กับทั้งเทวโลกให้ร่าเริงแล้ว จึงประทับนั่งบนอาสนะ
ดอกไม้ตลอด ๗ คืน ๗ วัน."
เมื่อพระศาสดาประทับนั่งแล้วอย่างนั้น, พระอัครสาวกทั้งสอง และ
ภิกษุที่เหลือก็นั่งแล้วบนอาสนะที่ถึงแล้วแก่ตน ๆ. สรทดาบสได้ถือฉัตร
ดอกไม้ใหญ่ ยืนกั้นเหนือพระเศียรของพระตถาคต. พระศาสดา ทรง
อธิษฐานว่า "ขอสักการะของพวกชฎิลนี้ จงมีผลใหญ่" ดังนี้แล้ว
๑. อุสภะหนึ่งยาว ๒๕ วา.