Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 40 หน้าที่ 146

เล่ม มมร. 40 หน้า 146 ข้อ 11
ประมาณกึ่งโยชน์เป็นต้น, สำหรับภิกษุผู้ใหม่ในสงฆ์มีประมาณ ๑ อุสภะ๑ ใคร ๆ ไม่พึงคิดว่า "ในอาศรมบทแห่งเดียว จะตบแต่งอาสนะใหญ่โต ถึงเพียงนั้นได้อย่างไร ?" เพราะว่า นี้เป็นวิสัยของฤทธิ์, เมื่อตบแต่ง อาสนะเสร็จแล้วอย่างนั้น, สรทดาบส ยืนประคองอัญชลีเบื้องพระพักตร์ ของพระตถาคตแล้ว กราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์ เสด็จขึ้นสู่อาสนะดอกไม้นี้ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพระองค์ ตลอดราตรีนาน." เพราะเหตุนั้น โบราณาจารย์จึงกล่าวไว้ว่า "สรทดาบสเอาดอกไม้ต่าง ๆ และของหอม ธรรมด้วยกัน ตบแต่งอาสนะดอกไม้แล้ว ได้กราบ ทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระวีระ อาสนะที่ข้าพระองค์ ตบแต่งแล้วนี้ สมควรแด่พระองค์, พระองค์ เมื่อจะยังจิตของข้าพระองค์ ให้เลื่อมใส ขอจง ประทับนั่งบนอาสนะดอกไม้, พระพุทธเจ้าได้ทรง ยังจิตของข้าพระองค์ให้เลื่อมใสแล้ว ยังโลกนี้ กับทั้งเทวโลกให้ร่าเริงแล้ว จึงประทับนั่งบนอาสนะ ดอกไม้ตลอด ๗ คืน ๗ วัน." เมื่อพระศาสดาประทับนั่งแล้วอย่างนั้น, พระอัครสาวกทั้งสอง และ ภิกษุที่เหลือก็นั่งแล้วบนอาสนะที่ถึงแล้วแก่ตน ๆ. สรทดาบสได้ถือฉัตร ดอกไม้ใหญ่ ยืนกั้นเหนือพระเศียรของพระตถาคต. พระศาสดา ทรง อธิษฐานว่า "ขอสักการะของพวกชฎิลนี้ จงมีผลใหญ่" ดังนี้แล้ว ๑. อุสภะหนึ่งยาว ๒๕ วา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka