ดังนี้ จึงชักดาบออกแล้ว.
เศรษฐีธิดานั้นจึงบอกว่า "ดิฉันหัวเราะ ก็เพราะคิดว่า 'สมบัติ
มีประมาณเท่านี้ นี้ ท่านได้แล้ว ก็เพราะอาศัยฉัน."
เศรษฐี. ถ้าว่าคุณพ่อของฉัน มอบมรดกของตนให้แก่ฉันแล้ว
ท่านจะได้เป็นอะไรในทรัพย์นั้น . ได้ยินว่า เศรษฐี ไม่รู้เรื่องอะไร
สิ้นกาลเท่านี้. เพราะฉะนั้น จึงไม่เชื่อถ้อยคำของเศรษฐีธิดานั้น. ครั้งนั้น
เศรษฐีธิดานั้น ได้เล่าเรื่องนั้นทั้งหมด แก่เศรษฐีบุตรนั้นว่า " บิดา
ของท่าน ให้หนังสือฆ่า (ตัว) ส่งท่านมาแล้ว. ดิฉันทำกรรมอย่างนี้ ๆ
รักษาท่านไว้แล้ว." เศรษฐีบุตรไม่เชื่อ พูดว่า " ท่านพูดไม่จริง"
จึงคิดว่า " เราจักถามแม่กาลี" ดังนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า "ได้ยินว่า
อย่างนั้นหรือ ? แม่." นางกาลี จึงกล่าวว่า " พ่อ ตั้งแต่ท่านเป็นเด็ก
เศรษฐีประสงค์จะฆ่าท่าน แต่ไม่อาจเพื่อจะฆ่าได้, อาศัยท่าน สิ้นทรัพย์
ไปมากมาย. ท่านพ้นแล้วจากความตายในที่ ๗ แห่ง, บัดนี้ มาแล้ว
จากบ้านส่วย ถึงตำแหน่งเศรษฐี พร้อมกับด้วยสรรพวัตถุอย่างละ ๑๐๐."
เศรษฐีนั้นฟังคำนั้นแล้ว คิดว่า " เราทำกรรมหนักหนอ เรา
พ้นแล้วจากความตายเห็นปานนี้แล แล้วเป็นอยู่ด้วยความประมาท ไม่สม-
ควร, เราจักไม่ประมาท" ดังนี้ สละทรัพย์วันละพัน เริ่มตั้งทานไว้
เพื่อคนเดินทางไกลและคนกำพร้า เป็นต้นแล้ว.
กุฏุมพี ชื่อว่ามิตตะ ได้เป็นผู้ขวนขวายในการทานของเศรษฐีนั้น
แล้ว.
ความอุบัติของโฆสกเศรษฐี เป็นดังนี้.