Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 40 หน้าที่ 264

เล่ม มมร. 40 หน้า 264 ข้อ 12
พ่อไม่อาจที่จะให้คนอื่นรู้มนต์นั้นได้, เจ้าจงนั่งภายในม่านไหว้ชายนั้น แล้วเรียนมนต์, ชายนั้น ยืนอยู่ภายนอกม่าน จักบอกแก่เจ้า, พ่อจัก เรียนจากสำนักของเจ้า." พระเจ้าจัณฑปัชโชตนั้นตรัสทำให้พระราชธิดา เป็นหญิงค่อม ฝ่ายพระเจ้าอุเทนให้เป็นชายโรคเรื้อนน้ำเต้าอย่างนี้ เพราะ ทรงเกรงคนทั้งสองนั้นจะทำสันถวะกันและกัน. พระเจ้าอุเทนนั้นประทับ ยืนอยู่นอกม่านเทียว ได้ตรัสบอกมนต์แก่พระนางผู้ไหว้แล้วนั่งภายใน ม่าน. พระอัครมเหสีองค์ที่ ๒ ของพระเจ้าอุเทน ต่อมาวันหนึ่ง พระเจ้าอุเทนตรัสกะพระนาง ผู้แม้อันท้าวเธอ ตรัสบอกบ่อยๆ ก็ไม่สามารถจะกล่าวบทแห่งมนต์ได้ว่า "เหวย อีหญิง ค่อม ! ปากของมึงมีริมขอบและกระพุ้งแก้มอันหนานัก, มึงจงว่าไปอย่าง นี้." พระนางทรงกริ้ว จึงตรัสว่า " เหวย อ้ายขี้เรื้อน ชั่วชาติ มึง พูดอะไร ? คนเช่นกูนะหรือ ชื่อว่าหญิงค่อม ?" ดังนี้แล้ว ทรงยกมุม ม่านขึ้น, เมื่อพระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า " ท่านเป็นใคร ?" จึงตรัส บอกว่า "เราชื่อ วาสุลทัตตา ธิดาของพระเจ้าแผ่นดิน." พระเจ้าอุเทน. บิดาของท่าน เมื่อตรัสถึงท่านแก่เรา ก็ตรัสว่า "หญิงค่อม." วาสุลทัตตา. แม้เมื่อตรัสแก่เรา พระบิดาก็ทรงกล่าวกระทำให้ท่าน เป็นคนโรคเรื้อนน้ำเต้า. ทั้งสององค์นั้น ทรงดำริว่า "คำนั้น ท้าวเธอ คงจักตรัสด้วยเกรงเราจะทำสันถวะกัน" แล้วก็ทรงทำสันถวะกันในภายใน ม่านนั่นเอง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka