Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 40 หน้าที่ 298

เล่ม มมร. 40 หน้า 298 ข้อ 12
พระเจ้าอุเทนลงโทษพระนางมาคันทิยากับพวก พระราชา ทรงสดับว่า " ข่าวว่า ตำหนักของพระนางสามาวดี ถูกไฟไหม้," แม้เสด็จมาโดยเร็ว ก็ไม่ได้อาจเพื่อจะทันถึงตำหนักอันไฟ ยังไม่ไหม้ได้, ก็แลครั้นเสด็จมาแล้ว ทรงยังตำหนักให้ดับแล้ว ทรงเกิด โทมนัสมีกำลัง แวดล้อมด้วยหมู่อำมาตย์ ประทับนั่งอนุสรณ์ถึงพระคุณ ของพระนางสามาวดี ทรงพระดำริว่า "นี้เป็นการกระทำของใครหนอ ?" ดังนี้แล้ว ทรงทราบว่า " กรรมนี้ จักเป็นกรรมอันนางมาคันทิยาให้ ทำแล้ว," ทรงพระดำริว่า " นางมาคันทิยานั้น อันเราทำให้หวาดกลัว แล้วถาม ก็จักไม่บอก, เราจักค่อย ๆ ถามโดยอุบาย." จึงตรัสกะ อำมาตย์ทั้งหลายว่า " ผู้เจริญทั้งหลาย ในกาลก่อนแต่กาลนี้ เราลุกขึ้น เสร็จสรรพแล้ว ก็เป็นผู้ระแวงสงสัยอยู่รอบข้างทีเดียว, นางสามาวดี แสวงหาแต่โทษเราเป็นนิตย์, นางก็ตายไปแล้ว; ก็บัดนี้ เราจักเย็นใจ ได้ละ, เราจักได้อยู่โดยความสุข." พวกอำมาตย์ทูลว่า "ข้าแต่สมมติ- เทพ กรรมนี้อันใครหนอแลทำแล้ว ?" พระราชาตรัสตอบว่า " จัก เป็นกรรม อันใคร ๆ ทำแล้วด้วยความรักในเรา." พระนางมาคันทิยา ทรงยืนเฝ้าอยู่ในที่ใกล้ ฟังพระดำรัสนั้นแล้ว จึงกราบทูลว่า "ใคร ๆ คนอื่นจักไม่อาจทำได้, พระเจ้าข้า กรรมนี้อันหม่อมฉันทำแล้ว, หม่อมฉัน สั่งอาให้ทำ." พระราชาตรัสว่า " ชื่อว่าสัตว์ผู้มีความรักในเราอื่น ยกไว้ เสียแต่เจ้า ย่อมไม่มี, เราพอใจ, พระเทวี เราจะให้พรแก่เจ้า, เจ้าจง ให้เรียกหมู่ญาติของตนมา." นางส่งข่าวไปแก่พวกญาติว่า "พระราชา ทรงพอพระหฤทัย จะพระราชทานพรแก่เรา, จงมาเร็ว ." พระราชารับสั่งให้ทำสักการะใหญ่ แก่ญาติทั้งหลายของพระนาง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka