Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 128

เล่ม มมร. 41 หน้า 128 ข้อ 14
ทรงสดับแล้วแล ซึ่งเสียงของท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพเจ้า ผู้เหาะขึ้น สู่เวหาส ทรงเปล่งอุทาน ๓ ครั้ง ในอากาศกลางหาวว่า :- " โอ ทานที่เป็นทานอย่างเยี่ยม เราได้ตั้งไว้ดี แล้วในท่านพระกัสสป, โอ ทานที่เป็นทานอย่างเยี่ยม เราได้ตั้งไว้ดีแล้ในท่านพระกัสสป, โอ ทานที่เป็น ทานอย่างเยี่ยม เราได้ตั้งไว้ดีแล้วในท่านพระกัสสป." ด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์ หมดจด ล่วงเสียซึ่งโสตของมนุษย์." ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว ทรง เปล่งอุทานนี้ ในเวลานั้นว่า:- " เทวดาและมนุษย์ ย่อมพอใจ แก่ภิกษุผู้ถือ การเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ผู้เลี้ยงตัวเอง มิใช่เลี้ยง ผู้อื่น ผู้มั่นคง ผู้เข้าไปสงบแล้ว มีสติทุกเมื่อ." ก็แลครั้นทรงเปล่งอุทานนี้แล้ว ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ท้าวสักกะ ผู้เป็นจอมแห่งเหล่าเทพเจ้า ได้เสด็จมาถวายบิณฑบาตแก่บุตรของเรา เพราะกลิ่นศีล " ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :- ๑๐. อปฺปมตฺโต อยํ คนฺโธ ยวายํ ตครจนฺทนี โย จ สีลวตํ คนฺโธ วาติ เทเวสุ อุตฺตโม. " กลิ่นนี้ คือ กลิ่นกฤษณา และกลิ่นจันทน์ เป็นกลิ่นเพียงเล็กน้อย, ส่วนกลิ่นของผู้มีศีลทั้งหลาย เป็นกลิ่นชั้นสูง ย่อมหอมฟุ้งไป ในเทพเจ้าและ เหล่ามนุษย์."
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka