ดังนี้แล้ว เป็นดุจกลุ่มควันและก้อนเมฆ แสวงหาวิญญาณของพระเถระ
ในทิศทั้งปวง. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงความที่มารนั้น เป็นควัน
และก้อนเมฆนั้น แก่ภิกษุทั้งหลายแล้ว ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย มารผู้
ลามกนั่นแล แสวงหาวิญญาณของกุลบุตรชื่อโคธิกะอยู่ ด้วยคิดว่า
'วิญญาณของกุลบุตรชื่อโคธิกะตั้งอยู่แล้ว ณ ที่ไหน ?' ภิกษุทั้งหลาย
กุลบุตรชื่อโคธิกะมีวิญญาณไม่ตั้งอยู่เลย ปรินิพพานแล้ว." แม้มาร
เมื่อไม่อาจเห็นที่ตั้งวิญญาณของพระโคธิกะนั้นได้ จึงแปลงเพศเป็นกุมาร
ถือพิณมีสีเหลืองดุจผลมะตูม เข้าไปเฝ้าพระศาสดา ทูลถามว่า :-
" ข้าพระองค์เที่ยวแสวงหาอยู่ ในทิศเบื้องบน
เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ทิศใหญ่ ทิศน้อย ก็มิได้
ประสบ, พระโคธิกะนั้นไปแล้ว ณ ที่ไหน ?"
ครั้งนั้น พระศาสดาตรัสกะมารนั้นว่า :-
" ภิกษุชื่อโคธิกะ เป็นปราชญ์ สมบูรณ์ด้วย
ปัญญาเครื่องทรงจำ มีณาน ยินดีแล้วในณาน
ในกาลทุกเมื่อ ประกอบความเพียรทั้งกลางวัน
กลางคืน ไม่ไยดีชีวิต ชนะเสนาแห่งมัจจุได้แล้ว
ไม่มาสู่ภพอีก ถอนตัณหาพร้อมทั้งราก ปรินิพพาน
แล้ว. "
เมื่อพระศาสดาตรัสอย่างนั้นแล้ว, พิณได้พลัดตกจากรักแร้ของมาร
นั้น ผู้อันความโศกครอบงำ ลำดับนั้น ยักษ์นั้นเสียใจ ได้หายไปในที่นั้น
นั่นเอง ด้วยประการฉะนี้.