Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 132

เล่ม มมร. 41 หน้า 132 ข้อ 14
ดังนี้แล้ว เป็นดุจกลุ่มควันและก้อนเมฆ แสวงหาวิญญาณของพระเถระ ในทิศทั้งปวง. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงความที่มารนั้น เป็นควัน และก้อนเมฆนั้น แก่ภิกษุทั้งหลายแล้ว ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย มารผู้ ลามกนั่นแล แสวงหาวิญญาณของกุลบุตรชื่อโคธิกะอยู่ ด้วยคิดว่า 'วิญญาณของกุลบุตรชื่อโคธิกะตั้งอยู่แล้ว ณ ที่ไหน ?' ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรชื่อโคธิกะมีวิญญาณไม่ตั้งอยู่เลย ปรินิพพานแล้ว." แม้มาร เมื่อไม่อาจเห็นที่ตั้งวิญญาณของพระโคธิกะนั้นได้ จึงแปลงเพศเป็นกุมาร ถือพิณมีสีเหลืองดุจผลมะตูม เข้าไปเฝ้าพระศาสดา ทูลถามว่า :- " ข้าพระองค์เที่ยวแสวงหาอยู่ ในทิศเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ทิศใหญ่ ทิศน้อย ก็มิได้ ประสบ, พระโคธิกะนั้นไปแล้ว ณ ที่ไหน ?" ครั้งนั้น พระศาสดาตรัสกะมารนั้นว่า :- " ภิกษุชื่อโคธิกะ เป็นปราชญ์ สมบูรณ์ด้วย ปัญญาเครื่องทรงจำ มีณาน ยินดีแล้วในณาน ในกาลทุกเมื่อ ประกอบความเพียรทั้งกลางวัน กลางคืน ไม่ไยดีชีวิต ชนะเสนาแห่งมัจจุได้แล้ว ไม่มาสู่ภพอีก ถอนตัณหาพร้อมทั้งราก ปรินิพพาน แล้ว. " เมื่อพระศาสดาตรัสอย่างนั้นแล้ว, พิณได้พลัดตกจากรักแร้ของมาร นั้น ผู้อันความโศกครอบงำ ลำดับนั้น ยักษ์นั้นเสียใจ ได้หายไปในที่นั้น นั่นเอง ด้วยประการฉะนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka