สิริคุตต์. นี่ อะไรกัน ?
ครหทินน์. ข้าวยาคูหรือภัตเป็นต้น เพื่อภิกษุ ๕๐๐ รูป ไม่มีใน
เรือน, ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรหนอแล ?
สิริคุตต์. ก็ท่านทำอะไรไว้ ?
ครหทินน์. ข้าพเจ้าให้คนทำหลุมใหญ่ไว้ในระหว่างเรือน ๒ หลัง
เต็มด้วยถ่านเพลิง ด้วยหวังว่า 'จักให้พวกภิกษุตกไปในหลุมถ่านเพลิง
นั้นแล้วข่มขี่.' ทีนั้น ดอกบัวใหญ่ ผุดขึ้นทำลายหลุมถ่านเพลิงนั้น.
ภิกษุทั้งหมด เหยียบกลีบบัว เดินไปนั่งบนอาสนะที่เขาปูลาดไว้, บัดนี้
ข้าพเจ้าจะทำอย่างไร ?
สิริคุตต์. ท่านแสดงแก่ข้าพเจ้าเดี๋ยวนี้เองว่า ' ตุ่มข้าวยาคูเท่านี้,
ตุ่มภัตเป็นต้นเท่านี้, มิใช่หรือ.
ครหทินน์. นั้นเท็จ นาย, ตุ่มเปล่าทั้งนั้น.
สิริคุตต์. ช่างเถิด, ท่านจงไป, จงตรวจดูข้าวยาคูเป็นต้นใน
ตุ่มเหล่านั้น.
ในขณะนั้นนั่นเอง ข้าวยาคูในตุ่มทั้งหลายใด อันครหทินน์นั้น
บอกแล้ว, ตุ่มเหล่านั้น เต็มด้วยข้าวยาคูแล้ว, ภัตเป็นต้น ในตุ่ม
เหล่าใด อันครหทินน์บอกแล้ว, ตุ่มเหล่านั้น ได้เต็มแล้วด้วยภัตเป็น
ต้นเทียว. เพราะได้เห็นสมบัตินั้น สรีระของครหทินน์ เต็มด้วยปีติและ
ปราโมทย์แล้ว. จิตเลื่อมใสแล้ว. เขาอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็น
ประมุข โดยความเคารพ ใคร่จะให้ทรงทำอนุโมทนา จึงรับบาตรของ
พระศาสดา ผู้ทรงทำภัตกิจเสร็จแล้ว.